ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

หลังชีวิตสมรสลับห้าปีสิ้นสุดลง เสิ่นจาวหนิงตัดสินใจหย่าขาดจากลี่เยี่ยนซิวทันทีที่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงตัวแทนของรักแรกของเขา ทว่าหลังแยกทางเธอกลับรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานจนน่าจับตามอง ในงานฉลองความสำเร็จ อดีตสามีผู้เย็นชากลับปรากฏตัวด้วยความหึงหวงและคราบน้ำตา เขาตามตื๊อขอคืนดีอย่างบ้าคลั่งในห้องลองเสื้อพลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ เสิ่นจาวหนิงที่เคยอ่อนไหวจะยอมใจอ่อนให้ชายที่เคยมองข้ามเธอ หรือจะเดินหน้าต่อไปในฐานะหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและเป็นอิสระ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสิ่นจาวหนิงดื่มเครื่องดื่มที่บาร์เทนเดอร์ชงไว้แก้วแล้วแก้วเล่า

พอเธอเริ่มเมามากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าก็แดงก่ำ สายตาก็เริ่มพร่ามัว

ขณะที่กำลังมองผู้ชายเหล่านั้น เสิ่นจาวหนิงกลับรู้สึกเศร้าใจอย่างมาก เธออยากจะร้องไห้ออกมา เพราะเธอเอาแต่คิดถึงคนสารเลวอย่างลี่เยี่ยนซิวตลอดเวลา

“พวกนายใครทำให้ฉันมีความสุขได้ ฉันก็จะมอบสร้อยข้อมืออัญมณีเส้นนี้ที่มีมูลค่าห้าแสนให้กับคนนั้นไปเลย”

สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของขวัญที่ลี่เยี่ยนซิวให้มา ก่อนหน้านี้เธอรักษามันอย่างดี

แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องการมันอีกแล้ว ส่วนเขาเธอก็ไม่ต้องการแล้วเช่นกัน

บรรดาหนุ่มบาร์โฮสต์ต่างก็งัดทุกกลเม็ดที่มีออกมาใช้ บางคนก็เข้ามาเต้นใกล้เธออย่างเร่าร้อน บางคนก็พูดจาหวานๆ บางคนก็โชว์หน้าอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องของตนเอง

นอกจากนี้มีหนุ่มบาร์โฮสต์ที่กล้าหาญมากกว่านั้นอยู่คนหนึ่งมากระซิบที่ข้างหูของเสิ่นจาวหนิงว่า “พี่สาว ผมจูบแบบเฟรนช์คิสเก่งมากเลยนะ อยากลองไหม?”

“เอาสิ”

หน้าตาของหนุ่มบาร์โฮสต์คนนี้ดูน่ารักมาก แถมยังอ่อนโยนมากด้วย ซึ่งต่างกับลี่เยี่ยนซิวอย่างสิ้นเชิง เขาหน้าตาดูสุขุมคมเข้ม หล่อแบบมีพลัง

เธออยู่กับลี่เยี่ยนซิวมานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องเปลี่ยนรสนิยมบ้างแล้วสิ

“สร้อยข้อมือเส้นนี้ฉันให้นายแล้วกัน”

หนุ่มบาร์โฮสต์หน้าตาน่ารักคนนั้นทำปากจู๋ เสิ่นจาวหนิงจึงเดินเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้สัมผัสปากของหนุ่มบาร์โฮสต์คนนั้น จู่ๆ เธอก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนของชายอีกคนหนึ่งอย่างแรง

พอได้กลิ่นเย็นสดชื่นที่คุ้นเคย เสิ่นจาวหนิงก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายที่มาคือใคร

“ปล่อยฉันนะ ฉันยังไม่ได้จูบเลย” เธออาศัยความเมาอาละวาดขึ้นมา

เพราะคนที่มาคือลี่เยี่ยนซิว เธอจึงดิ้นอย่างบ้าคลั่ง

ลี่เยี่ยนซิวจึงต้องออกแรงกดเธอไว้ในอ้อมอกพลางพูดว่า “เลิกก่อเรื่องได้แล้ว”

พอหนุ่มบาร์โฮสต์พวกนั้นเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาอย่างกะทันหันก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

“คุณเป็นใครเนี่ย คิดจะมาแย่งลูกค้าก็ควรต้องดูก่อนสิว่าใครมาก่อนมาหลัง”

ใบหน้าของลี่เยี่ยนซิวเริ่มมืดมนมากยิ่งขึ้น “ไสหัวไปให้พ้น”

หนุ่มบาร์โฮสต์พวกนั้นต่างก็ตกใจกันนมากจนรีบวิ่งหนีออกไปเลย

ในขณะที่ลี่เยี่ยนซิวกำลังโอบหญิงสาวที่อยู่ไม่นิ่งไว้ จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือของหนุ่มบาร์โฮสต์คนหนึ่ง

“เดี๋ยวก่อน เอาสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือของนายมาให้ฉันทีสิ” เขาพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม

หนุ่มบาร์โฮสต์คนนั้นไม่ค่อยจะยินยอมเท่าไหร่นัก “แต่นี่เป็นของขวัญที่พี่สาวคนนั้นให้ผมแล้วนะครับ”

ลี่เยี่ยนซิวไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่นัก เพราะนี่คือสร้อยข้อมือที่เสิ่นจาวหนิงหวงแหนมาก

เขาจึงคิดว่าชายคนนี้น่าจะฉวยโอกาสหลอกล่อเอาของไปตอนที่เสิ่นจาวหนิงเมาอยู่มากกว่า

“เอามา” เวลานี้สายตาของลี่เยี่ยนซิวดูดุดันขึ้นมาแล้ว

หนุ่มบาร์โฮสต์จึงตกใจกลัวและรีบคืนให้เขาทันที

เมื่อเห็นว่าหนุ่มบาร์โฮสต์กำลังจะไปแล้ว เสิ่นจาวหนิงก็พูดขึ้นมาอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “อย่าไปนะ ไหนว่านายจูบแบบเฟรนช์คิสเก่งมากเลยไม่ใช่เหรอ? ฉันยังไม่ได้ลองเลยนะ......”

เธอส่งเสียงดังเอะอะโวยวายขึ้นมาขณะที่กำลังอยู่ในอ้อมแขนของลี่เยี่ยนซิว แต่ลี่เยี่ยนซิวกลับจูบเสิ่นจาวหนิงอย่างแรงในทันที ทำให้เธอค่อยๆ สงบลง

หลังจากกลับถึงบ้าน ลี่เยี่ยนซิวก็กดเสิ่นจาวหนิงเข้ากับประตู

ผมของเธอยุ่งเหยิงไปหมด ตาแดงก่ำเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่งไม่มีผิด

ลี่เยี่ยนซิวสวมสร้อยข้อมือกลับเข้าไปที่ข้อมือของเสิ่นจาวหนิงใหม่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ผมใส่สร้อยข้อมือให้แล้ว ต่อไปผมจะกลับบ้านบ่อยๆ ”

เสิ่นจาวหนิงทำเสียง “หึ” ออกมา นี่ลี่เยี่ยนซิวคิดว่าเธอโกรธเป็นเพราะเขาไม่กลับบ้านงั้นเหรอ……

เธออยากจะเดินออกไป แต่ลี่เยี่ยนซิวกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขนของเขา

เสิ่นจาวหนิงเหมือนแมวน้อยที่กำลังโกรธอยู่

ลี่เยี่ยนซิวค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเธอ……

เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเขาจึงผลักเขาออกไป แล้วก็เช็ดริมฝีปากตัวเองไปมา

“อย่ามาแตะต้องฉัน”

ฉันไม่ชอบความสกปรก

พอรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา เสิ่นจาวหนิงก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที

ลี่เยี่ยนซิวจึงรีบเดินตามไปติดๆ แล้วก็ช่วยจับผมยาวๆ ที่ปล่อยสยายอยู่ของเธอไว้ พลางลูบหลังเธอเบาๆ “คงจะรู้สึกไม่สบายตัวมากเลยใช่ไหม?”

เสิ่นจาวหนิงไม่ได้ตอบ

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของลี่เยี่ยนซิวก็ดังขึ้น เธอเห็นชื่อที่เมมเอาไว้คือ ‘ม่านม่าน’

เขาเดินหนีเธอไปเพื่อไปรับโทรศัพท์

หนึ่งนาทีต่อมา ลี่เยี่ยนซิวก็หยิบเสื้อโค้ทขึ้นพลางพูดว่า “ทางบริษัทผมมีเรื่องนิดหน่อย ผมต้องกลับไปก่อน”

ที่บริษัทมีเรื่องงั้นเหรอ?

เสิ่นจาวหนิงมองดูเวลา ตอนนี้ตีสามแล้ว จะมีเรื่องอะไรที่ต้องไปทำตอนนี้กัน?

เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีคนรออยู่ข้างนอก

เสิ่นจาวหนิงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์

“เดี๋ยวก่อน แม่ของคุณต้องการให้คุณเซ็นเอกสารน่ะ”

เธอหยิบเอกสารหลายชุดออกมาจากในบ้านและให้เขาเซ็นชื่อ

ลี่เยี่ยนซิวเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วและรีบออกไปในทันที

ถ้าเขารอบคอบมากกว่านี้ เขาคงจะสังเกตเห็นไปแล้วว่าสิ่งที่เขาเซ็นไปใบสุดท้ายคือ ‘ข้อตกลงการหย่า’

จู่ๆ ซูม่านก็ปวดท้องขึ้นมากลางดึก ลี่เยี่ยนซิวจึงต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอจนถึงรุ่งสางก่อนจะกลับบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้า

เสิ่นจาวหนิงกำลังนอนหลับสนิทมาก เธอยังคงสวมเสื้อผ้าที่ใส่เมื่อคืนนี้อยู่

เขาจึงช่วยเธอเปลี่ยนเป็นชุดนอนและทำซุปแก้เมาค้างไว้ให้ก่อนจะไปที่บริษัท

พอเกิดอาการเมาค้าง เสิ่นจาวหนิงก็รู้สึกเวียนหัวไปหมด

ทันใดนั้นในโทรศัพท์ก็มีข้อความจากลี่เยี่ยนซิวส่งเข้ามา

เขาถามเธอว่า “รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?”

เสิ่นจาวหนิงไม่ได้สนใจ

พอเห็นซุปแก้เมาค้างวางอยู่บนโต๊ะ เธอก็บอกขอบคุณป้าอู๋ไป

“คุณนาย ซุปนี้น่าจะเป็นคุณผู้ชายทำเอาไว้นะคะ”

ไม่ว่าจะเป็นชีวิตแต่งงานหรือตอนคบกัน เขาก็เป็นคนที่เอาใจใส่คอยดูแลผู้อื่นมาโดยตลอด

ตอนนี้พอมาคิดๆ ดูแล้ว ที่เขาดูแลเอาใจใส่เธอดีขนาดนี้ น่าจะเป็นเพราะเธอหน้าตาเหมือนซูม่านแน่ๆ เลย ซูม่านต่างหากที่เป็นคนที่เขารักอย่างแท้จริง

เสิ่นจาวหนิงกินเข้าไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น แล้วก็พูดขึ้นว่า “ป้าช่วยเอาไปเททิ้งให้ฉันหน่อยสิ”

เธอลูบข้อตกลงการหย่าที่เซ็นไปเมื่อคืนนี้ไปมา แล้วก็โทรไปหาหลินซูเยว่ “คุณเริ่มเตรียมตัวโอนย้ายกรรมสิทธิ์ได้เลยนะ”

“เขาเซ็นแล้วเหรอ?” หลินซูเยว่ดีใจมาก

“อืม”

เสิ่นจาวหนิงพูดด้วยความลังเลว่า “อีกหนึ่งเดือนฉันจะบอกคนในครอบครัวเรื่องหย่า หลังจากนั้นฉันจะย้ายออก”

สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน เพราะใกล้จะถึงวันเกิดของคุณย่าลี่แล้ว

คุณย่าคือคนที่ดีกับเธอที่สุดในตระกูลลี่แล้ว เธออยากให้คุณย่าได้ฉลองวันเกิดปีที่เจ็ดสิบอย่างมีความสุข

หลังจากวางสาย โทรศัพท์ของเธอก็มีคำค้นหายอดนิยมเด้งขึ้นมา【ข่าวที่เชื่อถือได้ บริษัทโนวาเทคกำลังจะประกาศล้มละลายแล้ว】

นี่คือบริษัทที่ก่อตั้งโดยเสิ่นจาวหนิงในช่วงที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ชื่อบริษัทคือโนวาเทค เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ‘ผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง’ โดยเฉพาะ ในอดีตบริษัทนี้เคยได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ แต่หลังจากแต่งงานเธอก็ได้ถอนตัวออกมา

เพราะเธอคลั่งรักมากเกินไป ในหัวใจและในสายตาของเธอมีแค่ลี่เยี่ยนซิวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เธอจึงไม่ได้สนใจบริษัทหรือผลิตภัณฑ์อีกเลย

เมื่อเห็นข่าวนี้ เสิ่นจาวหนิงก็รู้สึกตกใจมาก แล้วก็เสียใจเล็กน้อยด้วย

เธอครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็ได้ไปพบกับฮั่วยวนที่เป็นหุ้นส่วนของบริษัท

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานอย่ารักฉันมากนักเลย
8.8
ชีวิตที่แสนเรียบง่ายของเสี่ยเหมียนต้องพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงหลังได้รับสายจากตำรวจที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของมรสุม เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อกู้หนานแฟนหนุ่มที่คบกันมานานแอบทรยศไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง ท่ามกลางความบอบช้ำ โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอมีความสัมพันธ์ลับกับถิงเจว๋ผู้เป็นอาของกู้หนานบนรถของเขา นำไปสู่ปมความรักอันซับซ้อนและการแย่งชิงที่ดุเดือดระหว่างอาและหลานชายโดยมีเธอเป็นศูนย์กลางของสงครามหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ
9.4
ภัทรียา นักมวยสาวผู้แบกภาระค่ายมวยและหนี้สินมหาศาลจากพ่อที่จากไป ยอมตกลงทำสัญญาวิวาห์กำมะลอกับธัชธรรม มหาเศรษฐีหนุ่มที่ต้องการหนีการคลุมถุงชน แม้ต้องเผชิญหน้ากับการดูถูกเหยียดหยามจากแม่สามีและน้องสาวผู้เย่อหยิ่ง แต่นักมวยสาวหมัดหนักอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ ท่ามกลางสงครามประสาทในบ้านหลังใหญ่ ความใกล้ชิดจากการจดทะเบียนและใช้ชีวิตร่วมกันเริ่มเปลี่ยนความสัมพันธ์จอมปลอมให้กลายเป็นความผูกพันที่ธัชธรรมหวังจะเปลี่ยนให้เป็นรักแท้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ได้ยินเสียงฉันไหม
9.4
เมิ่งชิงหนิงเคยเป็นเลขาและคู่นอนที่แสนเชื่องของฟู่หนานเซียวมานานสามปี แต่เมื่อเขาวางแผนแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจจบความรักที่ไร้ค่านี้ ทว่าโชคชะตากลับกลั่นแกล้งด้วยการตั้งครรภ์และความโลภของครอบครัวที่ผลักดันเธอสู่ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ห้าปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะคนใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ท่านประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งกลับจมอยู่กับความบ้าคลั่งและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาเป็นของเขาอีกครั้งเพื่อชดเชยอดีตที่เคยผิดพลาดไป
หน้าปกนวนิยาย one night stand กับท่านประธาน
8.2
โชคชะตานำพาให้เขาทั้งคู่กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งหลังจากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจบลงในตอนนั้น ฝ่ายหญิงพยายามลบเลือนความทรงจำและหลบหนีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ท่านประธานหนุ่มกลับตกอยู่ในห้วงคำนึงถึงสัมผัสที่เขาไม่อาจลืมเลือนได้ลง บททดสอบครั้งสำคัญจึงเริ่มต้นขึ้นว่าความผูกพันทางกายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจะสามารถถักทอเป็นความรักที่มั่นคงได้หรือไม่ และบทสรุปความรักของคนทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขหรือความพลัดพรากในท้ายที่สุด