
แก้วตาดวงใจของเขา
ตอน 3
เมื่อลู่ซีเหยี่ยนได้ยินดังนั้น เขาก็ไล่มองไปตามริมฝีปากของฉินเฉี่ยนชั่วครู่หนึ่งด้วยแววตาเปี่ยมความปรารถนา แล้วก็แค่นเสียงหึออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตของเธอ
หน้าอกขาวเนียนของฉินเฉี่ยนเผยออกมาให้เห็นเกินครึ่งในพริบตา ทำให้แววตาของลู่ซีเหยี่ยนมืดมนมากยิ่งขึ้น
ก๊อก ก๊อก...…
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาได้จังหวะพอดี ลู่ซีเหยี่ยนปรายตาไปมองทางประตูด้วยความอารมณ์เสีย น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ “ไสหัวไปซะ!”
“คุณลู่ครับ คุณซูมาขอพบคุณครับ!”
มันคือเสียงของเสี่ยวหยวน ผู้ช่วยของลู่ซีเหยี่ยนนั่นเอง ทันทีที่ฉินเฉี่ยนฟังเขาพูดจนจบ การเคลื่อนไหวของลู่ซีเหยี่ยนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงผละออกจากตัวเธอโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เขายกมือขึ้นมาจัดเนคไทที่เบี้ยวเล็กน้อยให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับไปที่หลังโต๊ะทำงาน ผ่านไปแค่ครู่เดียว เขาก็กลับมาเป็นชายผู้มาดนิ่งเย็นชาตามเดิมอีกครั้ง ทิ้งให้ฉินเฉี่ยนยืนอยู่หน้าโซฟาเพียงลำพังอย่างสบัดสบอม
ไม่รู้เพราะอะไร ฉินเฉี่ยนถึงรู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ขึ้นมาในใจ
เธอจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย จังหวะที่ลุกขึ้นยืน ซูรั่วเวยก็เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มละมุนละไมพอดี
“ซีเหยี่ยน ฉันเอา...…”
พูดยังไม่ทันจบ ซูรั่วเวยก็เห็นฉินเฉี่ยนที่ยืนอยู่หน้าโซฟาเข้า สีหน้าของเธอถึงกับชะงักไปในทันที
จากนั้นเธอก็กลับมายิ้มอีกครั้ง แล้วก็หันไปถามลู่ซีเหยี่ยนว่า “ซีเหยี่ยนคะ ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะการคุยงานของพวกคุณใช่ไหม?”
ลู่ซีเหยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเปี่ยมความรักใคร่เอ็นดูในแบบที่ฉินเฉี่ยนไม่เคยเห็นมาก่อน “ไม่”
หลังพูดจบ เขาก็หันมาพูดกับฉินเฉี่ยนว่า “เรื่องที่ควรพูดก็พูดจบแล้ว กลับไปทำงานต่อเถอะ”
น้ำเสียงนั้นเย็นชาจนไม่เหมือนคนที่เพิ่งตักตวงความสุขจากร่างกายของเธอเลยแม้แต่น้อย ทำเอาฉินเฉี่ยนรู้สึกขมขื่นไปทั้งหัวใจ “ค่ะ คุณลู่!”
ตอนที่เดินออกไปและหันกลับมาปิดประตู เธอก็เห็นซูรั่วเวยวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปด้านหลังลู่ซีเหยี่ยน ก่อนจะกอดคอเขาและจุ๊บที่ใบหน้าหนึ่งทีเข้าพอดี “ซีเหยี่ยน เมื่อคืนคุณคงเหนื่อยน่าดูเลยสินะ นี่คือซุปไก่ดำตุ๋นโสมและดอกลิลลี่ที่ฉันตุ๋นมาให้คุณค่ะ ฉันเข้าครัวทำเองครั้งแรก คุณต้องทานให้หมดนะ!”
คำพูดนี้แฝงไปด้วยข้อมูลมากมาย ฉินเฉี่ยนปิดประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป แล้วก็มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หลังกลับมาถึงห้องทำงาน เธอก็นั่งเท้าคางอย่างใจลอย ในหัวมีแต่ภาพของซูรั่วเวยและลู่ซีเหยี่ยนที่อยู่ด้วยกันเมื่อครู่นี้ ในใจรู้สึกว้าวุ่นไปหมด
แม้จะยอมรับความจริงได้ตั้งนานแล้ว แต่ภาพเมื่อครู่นี้ก็ยังบาดตาบาดใจเธออยู่ดี
เธอคิดทบทวนดู ถ้าลู่ซีเหยี่ยนไม่ยอมอนุมัติคำร้องขอโอนย้ายตำแหน่ง เธอก็คงเหลือแค่หนทางเดียวก็คือต้องลาออกแล้วล่ะ แต่เธออุตส่าห์ฝ่าฟันในเหิงเสิ่ง กรุ๊ปมาตั้งหลายปี เสียผู้ชายไปก็ยังไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าต้องเสียตำแหน่งหน้าที่การงานที่สร้างมาด้วยตัวเองไป เธอคงรู้สึกเสียดายแย่
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด อยู่ ๆ หลินหรานที่เป็นผู้ช่วยก็เข้ามาในห้องทำงานของเธอ แล้วก็ปรายตามองเธอด้วยสีหน้าแปลก ๆ
เมื่อฉินเฉี่ยนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ในที่สุดเธอก็ดึงสติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย “มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ผู้อำนวยการคะ ตัวแทนของโอวจั๋วตกลงที่จะพบเราแล้วค่ะ”
ยอดสั่งซื้อของโอวจั๋วเป็นจำนวนไม่ใช่น้อย ๆ ส่วนงานที่เธอรับผิดชอบในเหิงเสิ่ง กรุ๊ปก็คือการขายสายการผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เธอเฝ้าจับตามองยอดสั่งซื้อเจ้านี้มาครึ่งปีกว่าแล้ว แม้จะพยายามทำทุกวิถีทาง แต่ก็ยังนัดพบกับหัวหน้าแผนกจัดซื้อของโอวจั๋วไม่ได้สักที
ในที่สุดวันนี้ก็มีข่าวดี เธอจึงพยักหน้าให้หลินหรานทันที “นัดไว้ตอนไหน?”
“ตารางงานช่วงเย็นวันนี้ของคุณว่างอยู่พอดี ฉันก็เลยนัดเป็นเย็นวันนี้ค่ะ” หลินหรานเป็นหญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบได้เพียงหนึ่งปี เธอรวบผมหางม้าสูง ดูแล้วมีชีวิตชีวาอย่างมาก
“ฉันเข้าใจแล้ว” ฉินเฉี่ยนตอบกลับไปว่า “งั้นช่วงเย็นเธอช่วยจองร้านอาหารส่วนตัวสไตล์หูหนานที่ดูหรู ๆ ให้สักที่นะ”
เธอจำได้ว่าตัวแทนจัดซื้อของโอวจั๋วเป็นคนหูโจวและชอบกินเผ็ด
หลินหรานพยักหน้าเพื่อสื่อว่ารับเรื่องแล้ว แต่กลับไม่ได้เดินออกไปทันที เธอยังคงมองฉินเฉี่ยนด้วยท่าทางอึก ๆ อัก ๆ อยู่อย่างนั้น
“ยังมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า?”
หลินหรานสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกมาว่า “ผู้อำนวยการคะ คุณลองดูหัวข้อข่าวในวงการบันเทิงหน่อยสิคะ ในนั้น...…เหมือนจะมีรายงานข่าวเกี่ยวกับคุณด้วย”
หลังจากพูดจบ หลินหรานก็รีบเดินออกไปและปิดประตูลงทันทีราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง
เมื่อฉินเฉี่ยนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เคยขาวอมชมพูก็ซีดเผือดลงทันที
มีพวกปาปารัสซี่บันทึกวิดีโอและรูปภาพของเธอกับลู่ซีเหยี่ยนเอาไว้ได้ ภาพของลู่ซีเหยี่ยนระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน แต่ใบหน้าของเธอกลับเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
ทว่าขอแค่เป็นคนที่รู้จักเธอดี ยังไงก็ต้องรู้แน่นอนว่าเป็นเธอ มิน่าล่ะเมื่อกี้หลินหรานถึงได้เตือนเธอแบบนั้น
เรื่องการหมั้นหมายของลู่ซีเหยี่ยนกับซูรั่วเวยเพิ่งจะติดคำค้นหายอดนิยมไปเมื่อเช้านี้ ตอนนี้กลับมีเรื่องแบบนี้ถูกแฉออกมา พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจึงเริ่มขุดคุ้ยข้อมูลของฉินเฉี่ยนกันยกใหญ่
ตอนที่เธอกับลู่ซีเหยี่ยนอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ต่างก็ยังโสดอยู่ ข้อมูลที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจึงไม่มีอะไรน่ากลัว
แต่การที่เรื่องแบบนี้มาถูกแฉในช่วงเวลาแบบนี้ คนปกติทั่วไปจะต้องคิดว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าวนี้เองแน่ ๆ ส่วนจุดประสงค์ก็เพื่อทำลายงานหมั้นของลู่ซีเหยี่ยน เพื่อที่จะได้เขี่ยอีกฝ่ายทิ้งแล้วก็เข้าไปแทนที่นั่นเอง!
เธอรู้ดีว่าลู่ซีเหยี่ยนเกลียดการใช้เล่ห์เหลี่ยมที่สุด หลายปีมานี้ เธอเห็นผู้หญิงใช้วิธีแบบนี้กับลู่ซีเหยี่ยนตั้งมากมาย ซึ่งสุดท้ายแต่ละคนก็จบไม่สวยเลยสักราย
เมื่อสามปีก่อนมีดาราโนเนมหน้าตาดีคนหนึ่งเคยใช้วิธีนี้ เพราะตอนแรกหวังจะใช้ชื่อของลู่ซีเหยี่ยนเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง
แต่ครั้งล่าสุดที่เธอเจออีกฝ่าย หญิงสาวคนนั้นกำลังยืนทำหน้าที่พนักงานต้อนรับอยู่ที่ทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็ส่งข้อความไปหาเสี่ยวหยวน
ลู่ซีเหยี่ยนที่อยู่ชั้นบนเพิ่งจะส่งซูรั่วเวยกลับไป พอหันมาเห็นสายตาอึกอักคล้ายจะพูดบางอย่างของเสี่ยวหยวน เขาก็ขมวดคิ้วพลางเดินกลับเข้าห้องทำงาน ขณะเดียวกันก็พูดว่า “มีอะไรก็พูดมา”
เสี่ยวหยวนขยับปากพลางยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู จากนั้นก็พูดว่า “คุณดูเองดีกว่าครับ มีคนปล่อยข่าวของคุณกับคุณฉิน”
“คุณฉินส่งข้อความมาบอกผมว่า เธอไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวนี้ครับ”
“นอกจากนี้เธอยังส่งอีเมลลาออกมาด้วย ในนั้นระบุว่าหวังว่าคุณจะรีบอนุมัติใบลาออกของเธอโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่สร้างความลำบากใจให้คุณไปมากกว่านี้ครับ”
คุณอาจจะชอบ





