ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามฟ้ามาเจอรัก

ข้ามฟ้ามาเจอรัก

โชคชะตานำพาคนสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชาดั่งยอดเขาสูง เขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยมีคำนิยามตนเองว่าเลวทรามยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียงเท่านั้น ในขณะที่ เดือนเมษา คือหญิงสาวผู้สดใส เฉลียวฉลาด และช่างพูด เสน่ห์และรอยยิ้มของเธอทำให้ทุกคนหลงรักจนสาวๆ ต่างพากันอิจฉา การพบกันของความมืดมนและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ข้าวค่ะ" ข้าวจานหนึ่งถูกวางลงตรงหน้าชายหน้านิ่ง หนูซีนพูดด้วยรอยยิ้มสดใส นั่งแหมะลงตรงข้ามดรูฟโดยที่เขานั้นไม่ได้อนุญาตสักคำ

"..........." ไม่มีเสียงตอบกลับนอกจากสายตาที่แสนจะนิ่งเรียบ มือใหญ่ดึงจานข้าวเข้ามาใกล้ แล้วตักข้าวเข้าปากทีละคำโดยที่หนูซีนนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิมมองดรูฟด้วยรอยยิ้ม

"อร่อยไหมคะ?" หนูซีนเอ่ยถามเพียงดรูฟตักข้าวเข้าปากคำแรก

"........." เงียบยิ่งกว่าป้าช้าก็ดรูฟนี่แหละ ดรูฟผู้ที่ต้องการอิสระในรั้วมหาวิทยาลัย เขามาแบบเงียบ ๆ ไร้ศักดินา ไร้การคุ้มกัน นอกจากอยู่ที่บ้านจึงมีบอร์ดี้การ์ดเฝ้าระวัง เพราะเชคฮคาม่านฟ้าสั่งไว้ แต่การอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะขัดใจบิดาเรื่องคนคุ้มกัน เพราะดรูฟนั้นไม่ชอบความเอิกเกริก ไม่ชอบเป็นเป้าสายตาของใคร เขาอยากอยู่อย่างสงบ แต่เหมือนความสงบของดรูฟจะหายไปเมื่อเจอกับหนูซีนที่แสนจะพูดมาก!

"ต้องอร่อยแน่ๆ ใช่มะ เห็นกินไม่หยุดเลย คิกคิก"

".........."

"ซีน ไปเถอะอย่ากวนเขาเลย" ดิวที่ยืนมองอยู่ข้างหลังเอ่ยชวน เมื่อหนูซีนนั้นเอาแต่พร่ำคนเดียว ส่วนอีกคนนั้นไม่ได้สนใจจะพูดด้วยสักคำ

"ดิวเรานั่งกินตรงนี้แหละ เขาจะได้มีเพื่อนไง" หนูซีนเอ่ยชวนโดยไม่สังเกตสีหน้าดรูฟสักนิด สายตาที่เขามองหญิงสองคนด้วยแววตานิ่งเรียบแต่แอบดุดันและดูน่ากลัว ใบหน้านิ่งเหมือนคนหยิ่งแท้จริงแล้วเขาไม่มีพิษภัยเลยสักนิด แต่กลับไร้คนคบหาแต่เพียงเห็นหน้าเขาเท่านั้น ยกเว้นหญิงสาวที่แทบคลานเข่าเข้าหาแต่ดรูฟกลับไม่ได้สนใจหญิงใดเลย

"ถามเขาก่อนไหม ต้องการเพื่อนอย่างซีนหรือเปล่า ปะ ๆ" ดิวแย้งเมื่อหนูซีนเสนอตัวอย่างถือวิสาสะและพยายามดึงแขนเพื่อนให้ย้ายที่แต่กลับไม่ยอมไปไหน

"ก็ไม่รู้ล่ะ อยากนั่งเป็นเพื่อน เอ๊ะหรือจะนั่งเป็นแฟนดี" ประโยคแรกหนูซีนพูดกับเพื่อสาว และประโยคถัดมาหันไปพูดแซวดรูฟและส่งยิ้มจนตาหยี คำพูดที่แซวขึ้นโดยไม่ได้คิดอะไรแต่กลับทำให้หัวใจของดรูฟเต้นแรงแทบหลุดจากอก

"ซีน!" ดิวตะเบงเสียงอย่างย้ำเตือนในคำพูดของหนูซีน

"แค่ล้อเล่นน้า ดิวก็...ตวาดทำไมเนี่ย" หญิงสาวย้อนชี้แจงเมื่อคำพูดเธอนั้นแค่การแซวเล่นตามประสาคนฝีปากไม่อยู่นิ่ง

"เฮ้อ...ปวดตับกับเพื่อน" ดิวถึงกับฟาดฝ่ามือลงกลางหน้าผากอย่างเอือมระอาต้องมาตกกระไดพลอยโจนของเพื่อนสาวที่แสนจะพูดมากและก็เฟรนลี่อีกต่างหาก

"นั่ง ๆ ดิว....ว่าแต่ชื่ออะไรเหรอคะ?"

"..........."

"นี่ เราพูดเยอะแล้วนะ ทำไมไม่พูดด้วยเลยล่ะ" หนูซีนนั่งวางแขนลงบนโต๊ะพร้อมขยับหน้าเข้าหา เพราะว่าเธอนั้นเริ่มงงว่าคนตรงหน้านี้ทำไมนิ่งได้นิ่งดี "อย่าลืมหายใจด้วยนะ นิ่งขนาดนี้ ชิ!" หนูซีนจิ๊ปากอย่างงอน ๆ เมื่อเร้าหรือแค่ไหนดรูฟก็ไม่ยอมเอ่ยปากพูดสักคำ

"............" ไม่สนใจปล่อยให้เธอพูดไปเลย ดรูฟยังทนได้

"นาย นี่จะไม่พูดจริงเหรอ" หนูซีนยังคงรบเร้าต่อไปอย่างมีความพยายาม

".........." เงียบกริบนั่งก้มหน้ากินข้าวต่อไป

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราพูดเองคนเดียวก็ได้ นายแค่ฟังหากเราถามก็พยักหน้าก็ได้ เคนะ" เมื่อรบเร้ายังไงก็ไร้เสียงตอบกลับ คนที่อยากพูดเลยตัดปัญหา (ปัญหาของใคร?555) ด้วยการเสนอตัวที่จะพูดต่อ

"............." ดรูฟยังคงนิ่งและเงียบ

"มาจากอาหรับเหรอ?" หนูซีนถามด้วยความอยากรู้

"............." ดรูฟก็ยังเงียบอีกต่อไป

"ซีนกินข้าวก่อน" ดิวจนต้องบอกอย่างเตือนสติเมื่อข้าวที่ซื้อมานั้นยังไม่พร่องสักคำ พูดจนน้ำลายจะท่วมจานข้าวอยู่แล้ว

"โธ่ ดิวเราขอพูดก่อนแป๊บนึง"

"............"

"เราถามชื่อไปนายยังไม่ตอบเลยนะ...." หนูซีนทวงคำตอบในคำถามมที่เธอนั้นถามก่อนหน้า

"............."

"ไม่เป็นไร เราบอกชื่อเราก่อนก็ได้ เราชื่อซีน ชื่อจริงเดือนเมษา ชื่อกิ๊บเก๋น่ารักชะ.....อื้อออออ" พูดยังไม่ทันจบประโยคดรูฟก็จัดการยัดช้อนข้าวปิดปากหนูซีนไว้ทันที ดวงตากลมเบิกโตเพราะต้องหยุดชะงักวาจาลงเมื่อข้าวเต็มปากไม่สามารถขยับปากพูดได้ "อายอำอับเอาแอบอี้ไอ่ไอ้อะ อื้ออ"

"ทำไมพูดมาก" ดรูฟพูดขึ้นอย่างตำหนิ เมื่อความอดทนที่มีเริ่มหายไป เขาหนวกหูเต็มที! (ใครก็ได้พาความสงบมาคืนดรูฟที)

"แค่กๆ....ดิวขอน้ำ อึกๆๆ" หนูซีนสำลักข้าวคำโตจนต้องร้องขอน้ำดื่มจากเพื่อน "เราไม่ได้พูดมากนะ" แม้จะสำลักจนหน้าดำหน้าแดงก็ยังมีความพยายามที่จะอธิบายต่อ

"พูดมาก!" ดรูฟย้อนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนัก

"ไม่ใช่พูดมาก เราแค่พูดเก่งเฉย ๆ" หนูซีนแย้งอย่างน่ารัก ชี้แจงถึงสิ่งที่เธอเป็น ใครบอกว่าเธอพูดมากกันแค่เธอพูดเก่งเท่านั้น! "ชิ!"

ดรูฟลุกขึ้นด้วยความเร็ว เมื่อทานทนต่อเสียงที่พูดไม่หยุดหย่อนเป็นนกกระจิบแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป แม้จะดูน่ารักสดใส แต่พูดมากขนาดนี้ดรูฟจะไม่ทน ความสงบที่เคยมีต้องหายไปตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาเรียน...แล้วต่อไปล่ะเขาจะหาความสงบได้จากที่ไหน !?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KBP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KBP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว
9.7
หลังชีวิตสมรสลับห้าปีสิ้นสุดลง เสิ่นจาวหนิงตัดสินใจหย่าขาดจากลี่เยี่ยนซิวทันทีที่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงตัวแทนของรักแรกของเขา ทว่าหลังแยกทางเธอกลับรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานจนน่าจับตามอง ในงานฉลองความสำเร็จ อดีตสามีผู้เย็นชากลับปรากฏตัวด้วยความหึงหวงและคราบน้ำตา เขาตามตื๊อขอคืนดีอย่างบ้าคลั่งในห้องลองเสื้อพลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ เสิ่นจาวหนิงที่เคยอ่อนไหวจะยอมใจอ่อนให้ชายที่เคยมองข้ามเธอ หรือจะเดินหน้าต่อไปในฐานะหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและเป็นอิสระ
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสร้ายเมียในนาม
9.6
เพราะความชิงชังที่ฝังรากลึก เขาจึงมอบให้เธอเป็นเพียงเมียในนามที่ไร้ความสำคัญ ทว่าในวันที่เธอตัดสินใจเรียกร้องอิสรภาพด้วยการขอหย่าขาด ชายหนุ่มผู้แสนทะนงตนกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาเลือกที่จะกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งพันธนาการ พร้อมใช้เล่ห์กลแห่งความเสน่หาและเพลิงสวาทที่ร้อนแรงเกินต้านทานมาหลอกล่อ เพื่อผูกมัดเธอไว้กับเขาตลอดกาลในวังวนแห่งความปรารถนาที่ยากจะถอนตัวได้
หน้าปกนวนิยาย เผาเรือนรัก ของสี่คนรักจอมปลอมของฉัน
9.2
เอลิน่า ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีคู่หมั้นและพี่บุญธรรมสี่คนคอยปกป้อง ทว่าเดมอนชายที่เธอรักกลับทรยศไปหาลูน่าเด็กฝึกงาน ทั้งยังวางแผนอุบัติเหตุเพื่อหวังฮุบสมบัติโดยที่คนอื่นกลับเข้าข้างชู้รักและตราหน้าว่าเธอร้ายกาจ หลังจากเฉียดตายความภักดีของเธอก็พังทลายลง ในงานกาล่าที่พวกเขาตั้งใจจะประจานเธอด้วยคลิปวิดีโอส่วนตัว เอลิน่ากลับไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป เธอเตรียมตลบหลังด้วยหลักฐานลับเพื่อทำลายหน้ากากจอมปลอมและเปิดโปงความเน่าเฟะของทุกคนให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย มิปองรัก
9.0
ปอไหมในวัยยี่สิบสองตกหลุมรักราชันย์ ชายวัยสี่สิบผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไว้ใจไม่ได้และตีราคาความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยเงินตรา แต่ความเร่าร้อนที่เขาโอบกอดกลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในใจและสถานะอันไม่เหมาะสม ปอไหมพยายามพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขา แม้ราชันย์จะตราหน้าว่าเธอเป็นมืออาชีพที่หวังเพียงผลประโยชน์ แต่เธอกลับยอมเสี่ยงเล่นกับไฟเพียงเพราะคำว่ารักที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
หน้าปกนวนิยาย อาญารักเจ้าพ่อกาสิโน
9.0
นิโคลาส มหาเศรษฐีเจ้าของกาสิโนระดับโลกถึงกับอึ้งเมื่อถูกพนักงานสาวตัวเล็กๆ ตราหน้าว่าเขาเป็นผู้ชายที่ห่วยแตกที่สุด ทั้งที่ชายหนุ่มเพียบพร้อมด้วยฐานะและรูปลักษณ์ เขาจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าคนระดับล่างอย่างเธอไม่มีวันได้อยู่ในสายตา แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เขาต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อเข้าใกล้ชิดเธอด้วยความจำเป็นบางอย่าง นิโคลาสจึงวางแผนจะหลอกล่อให้เธอตายใจด้วยการดูแลดุจเจ้าหญิง ก่อนจะสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดีให้สมชื่อผู้ชายห่วยๆ ตามที่เธอเคยปรามาสไว้