ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามฟ้ามาเจอรัก

ข้ามฟ้ามาเจอรัก

โชคชะตานำพาคนสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชาดั่งยอดเขาสูง เขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยมีคำนิยามตนเองว่าเลวทรามยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียงเท่านั้น ในขณะที่ เดือนเมษา คือหญิงสาวผู้สดใส เฉลียวฉลาด และช่างพูด เสน่ห์และรอยยิ้มของเธอทำให้ทุกคนหลงรักจนสาวๆ ต่างพากันอิจฉา การพบกันของความมืดมนและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

"พ่อคะ แม่คะ น้องซีนไปเรียนแล้วนะ" เสียงแหลมสดใส ร้องดังมาแต่ไกลจากบนบ้านชั้นสอง

"เบา ๆ ลูก" ผู้เป็นพ่อร้องทักขึ้นเมื่อลูกสาวสุดที่รัก ทั้งหวงทั้งแหนปานดวงใจนั้นวิ่งลงบันไดอย่างไม่นึกกลัวเกิดอันตราย

"ฟอด หื้ม...อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อสุดหล่อ" เด็กสาววัยยี่สิบ วิ่งลงบันไดแล้วโฉบกอดผู้เป็นพ่ออย่างที่เคยทำประจำ แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบสี่ปีแต่ก็ยังมีความหล่อและยังดูดี แถมยังหวงลูกสาวที่แสนจะพูดมากคนนี้ จนผู้ชายไม่กล้าเข้าหา วิ่งป่าราบหากผู้เป็นพ่อนั้นเห็น

"น้องซีนหนูโตเป็นสาวแล้วนะลูก...ยังจะออเซาะคุณพ่ออีก" คุณแม่หนูดาที่เดินมาจากห้องครัวพร้อมแก้วนมของลูกสาวและแก้วกาแฟของสามีเอ่ยทัก แม้การกระทำเช่นนี้เธอจะเห็นประจำ แต่ตอนนี้ลูกสาวคนโตนั้นไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว

"โธ่ คุณแม่ขาก็น้องซีนรักคุณพ่อ รักมาก ๆๆๆๆ เลยค่ะ จุ๊บ ๆๆ" เด็กสาวที่ช่างพูดประจบและจุ๊บลงแก้มผู้เป็นพ่อซ้ำๆ

"ช่างพูดจริงลูกสาวพ่อ" คุณพ่อแซมลูบหัวและโอบกอดลูกสาวที่แสนรัก หอมลงกลางหัวอย่างรักใคร่ กอดกันกลมท่ามกลางสายตาคุณแม่หนูดาที่ยืนเบะปากและอมยิ้มกับภาพที่เห็น ทั้งหมั่นไส้สามีและลูกสาวที่ช่างออเซาะ

"ช่างพูดหรือพูดมากค่ะพี่แซม" คุณแม่หนูดาเอ่ยแซวลูกสาว

((ฮ่าฮ่าฮ่า))

"พูดมากครับแม่" แซนน้องชายที่แสนจะกวนประสาทได้ทุกครั้ง และชอบแกล้งพี่สาวได้ทุกครา เดินลงบันไดมาพร้อมพูดแทรกบทสนทนาที่ได้ยิน ความน่ารัก การหยอกล้อ พูดแซว ที่พี่น้องคู่นี้มีมันคือเสน่ห์ แม้จะขัดแย้งและกัดกัน แต่เมื่ออยู่ข้างนอกแซนจะปกป้องพี่สาวเท่าชีวิต เสมือนผู้ปกป้องพี่สาวให้ปลอดภัยแม้ตัวเองจะต้องเจ็บตัว

"หุบปากไปเลยแซน" เมื่อโตขึ้นการเรียกขานและสรรพนามย่อมเปลี่ยนไป พี่สาวที่กำลังกกกอดผู้เป็นพ่อทำหน้ายู่เง้างอนเมื่อน้องชายนั้นแกล้ง

"พอแล้วทั้งสองคน ไปเรียนได้แล้วลูกเดี๋ยวสาย" และผู้เป็นแม่ก็มักจะเป็นคนสงบศึกฝีปากพี่กับน้องทุกครา

"ค่ะ/ครับ" สองพี่น้องตอบรับพร้อมกัน แล้วยกมือไหว้พ่อแซมและแม่หนูดาก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อทำหน้าที่ของแต่ละคน

อีกฟากฝั่งคนละประเทศ

ศาลาริมน้ำในสวนดอกไม้ ที่มีบรรยากาศสวยงามเพราะถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาพรรณ นิตยสารการศึกษา แหล่งรวมสถาบันการศึกษามากมาย ถูกเปิดทีละหน้า ทีละหน้า อย่างช้า ๆ สายตาคมดุที่ถอดแบบมาจากบิดา แต่เค้าโครงใบหน้านั้นได้มาซึ่งเสมือนมารดายิ่งกว่าฝาแฝด จ้องมองและอ่านประวัติของสถานศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างให้ความสนใจ เพราะตอนนี้ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปีต้องเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว

"ดรูฟ ของแม่กำลังทำอะไรเอ่ย" เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม พร้อมวางมือลงบนไหล่กว้างของบุตรชาย ที่กำลังเติบใหญ่ขึ้นทุกวัน

"ท่านแม่" เด็กหนุ่มเงยหน้ามองพร้อมเอ่ยเรียกแผ่วเบา "ลูกกำลังดูว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี" เขาบอกถึงสิ่งที่กำลังกระทำให้มารดารับทราบ

"แล้วได้หรือยัง" ผู้เป็นแม่เดินมานั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยถามขึ้น เพราะเรื่องสถานศึกษาแม้ผู้เป็นพ่อคิดวางแผนไว้แล้ว แต่ก็ย่อมรอบุตรชายนั้นตัดสินใจเพราะเขาจะไม่บังคับ

"ลูกมีที่อยากไปแต่ไม่รู้ท่านพ่อจะอนุญาตไหม?" เด็กหนุ่มพูดขึ้นและเอ่ยถึงผู้เป็นบิดา

"ที่ไหนล่ะ ที่ลูกชายของแม่อยากไป"

"ประเทศไทยครับ"

"หืม..."

"ลูกอยากไปเรียนต่อที่นี่" เด็กหนุ่มยื่นนิตยสารให้ผู้เป็นแม่ดู ประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนที่เธอนั้นจากมานาน ตั้งแต่แต่งงานกับ เชคฮ บราฮิม และยังไม่มีโอกาสได้กลับไปสักครั้ง เมื่อครั้งล่าสุดที่ไปก็เมื่อบุตรชายนั้นอายุได้ห้าขวบ เพื่อจัดการต่อเติมและซ่อมแซมกับบ้านเพียงหลังเดียวที่ม่านฟ้านั้นมีเป็นสมบัติชิ้นเดียวของยายที่ทิ้งไว้ให้เธอ

"ได้ไหมครับท่านแม่" เด็กหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง

"แล้วดรูฟคิดว่าจะไปอยู่ได้ไหมล่ะลูก"

"ลูกคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เรื่องภาษาไทยลูกก็พูดได้เพราะท่านแม่ก็สอนประจำ" เด็กหนุ่มเน้นย้ำอย่างมั่นใจ

"แต่แม่เป็นห่วงและคงจะคิดถึงดรูฟมากแน่ ๆ" มือของแม่ยื่นจับมือบุตรชายมั่นพร้อมสายตาที่อาทรเมื่อนึกถึงความที่ต้องห่างไกลกัน

"ลูกโตแล้ว ท่านแม่อย่าห่วงเลยครับ" บุตรชายเพียงคนเดียวที่ไม่เคยห่างกาย เดินเข้ามากอดผู้เป็นแม่จากทางด้านหลัง นิสัยและพฤติกรรมที่เขานั้นแสดงออกกับคนในครอบครัว แตกต่างคนละขั้วกับการแสดงตัวกับคนนอก....เมื่อหลุดจากพื้นที่อาศัยพฤติกรรมและคำพูดจะเปลี่ยนไปทันทีอย่างกับคนละคน

"สองแม่ลูกกำลังคุยอะไรกัน ดูเครียดเชียว" เชคฮ บราฮิม ที่ได้ขึ้นเป็นผู้นำรัฐแห่งชาร์จาห์ เดินมายังศาลาเมื่อเห็นภรรยาและบุตรชายกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส

"ท่านพ่อครับลูกมีอะไรจะขอ" เด็กหนุ่มไม่รีรอหรือแสดงความกระอักกระอ่วนกับการที่จะร้องขอในสิ่งที่ต้องการ

"อะไรล่ะ" ผู้เป็นพ่อย้อนถาม และเดินมานั่งขนาบข้างภรรยาที่พ่วงตำแหน่งเชคฮคาแห่งรัฐชาร์จาห์

"ลูกอยากไปเรียนต่อที่ประเทศไทยบ้านเกิดของท่านแม่" เด็กหนุ่มบอกถึงสิ่งที่ต้องการ

"....ทำไม" ผู้เป็นพ่อเงียบชั่วครู่และเอ่ยถามเพียงสั้น ๆ

"อยากไป" บุตรชายก็เช่นกันไม่รู้จะประหยัดคำพูดไปถึงไหนเมื่อพูดกับผู้เป็นพ่อ

"ถ้าแม่ของลูกเห็นควร...พ่อก็ไม่ห้าม" ผู้เป็นพ่อมองหน้าภรรยาก่อนจะตอบบุตรชาย สายตาที่มองลึกเข้าไปในดวงตากลมสีนิลของภรรยา ท่านผู้นำรัฐอย่างเขาที่แสนจะรู้ใจภรรยาเป็นที่สุดมีหรือจะเดาไม่ออกว่าเธอคิดอะไร...เพราะสายตาที่มองเขานั้นมันคือการขอร้องให้ตามใจ

"ท่านแม่ครับ" เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกด้วยความดีใจ จากตอนแรกที่คิดไว้ว่าบิดาต้องไม่ยอมเป็นแน่

"จัดการเรื่องบ้านที่เมืองไทยให้ลูกด้วยนะคะท่านผู้นำรัฐ" เชคฮคาม่านฟ้าหันไปพูดกับสามีด้วยรอยยิ้ม

"ได้สิ จะให้ราชิตจัดการให้"

"ขอบคุณครับท่านพ่อ ท่านแม่" เด็กหนุ่มแทรกกลางระหว่างบิดาและมารดาโอบกอดคนทั้งสองด้วยความดีใจ สิ่งที่หวังนั้นไม่ถูกคัดค้าน เมืองไทยที่เขานั้นอยากไปแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปอีกเลยตั้งแต่อายุห้าขวบ...และตั้งมั่นว่าหากโตขึ้นและวุฒิภาวะตนนั้นมีมากพอเขาจะกลับไปอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยหวามรัก
8.9
เรื่องราวความรักสุดซึ้งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่หัวใจต้องหวั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อเขาได้พบกับสาวน้อยจอมซนที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน ความสดใสและนิสัยขี้เล่นของเธอค่อยๆ ทลายกำแพงในใจเขาจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งและยากจะถอนตัว แม้เธอจะดูแสบและป่วนแค่ไหน แต่เธอกลับเป็นเพียงคนเดียวที่เขายอมมอบหัวใจให้ทั้งหมดที่มีในนิยายโรแมนติกคอมเมดี้ที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเสน่ห์ของสาวข้างบ้านที่ใครก็ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้ายกลายรัก
9.2
ความสัมพันธ์ระหว่างมีนและตาร์ต้องสั่นคลอนเมื่อมีนสงสัยว่าแฟนหนุ่มวิศวะแอบนอกใจ เธอตัดสินใจเผชิญหน้าถามความจริงเรื่องคืนที่ผ่านมา แม้ตาร์จะยืนยันหนักแน่นว่าติดงานกลุ่มที่มหาวิทยาลัยจนแทบไม่ได้พัก แต่หลักฐานมัดตัวทั้งรูปถ่ายและข้อความจากหญิงอื่นที่ชื่อกีกี้กลับฟ้องชัดเจน ท่ามกลางความเสียใจและหวาดกลัวต่อท่าทีของอีกฝ่าย ตาร์กลับดึงเธอเข้าไปสวมกอดพร้อมคำขอโทษที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย อย่ายุ่งกับมันอีก! หัวใจของนายกูกำลังจะหันกลับมาหาคุณ
8.3
โจวซีทุ่มเทกายใจทำหน้าที่ภรรยาให้กู้หลางเอี้ยนอย่างซื่อสัตย์ แม้เขาจะเย็นชาและมีคนในใจอยู่แล้วก็ตาม เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ทุกคนต่างรอดูจุดจบที่น่าอับอายของเธอ ทว่าเธอกลับเลือกเซ็นใบหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ กู้หลางเอี้ยนที่กำลังสับสนพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับโชว์แหวนวงใหม่พร้อมบอกลาความอดทนที่เคยมี แท้จริงแล้วความรักที่ทุกคนเห็นอาจไม่ใช่เพื่อเขา แต่เธอกำลังมองหาใครบางคนในอนาคตที่รออยู่
หน้าปกนวนิยาย อรุณกนกสยบน่านฟ้า (หลงเด็กซีรีส์1)
9.5
เมื่อน่านฟ้า ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้ชั้นเชิงเหนือเมฆในคลับหรูเพื่อล่อลวงเด็กเอ็นมาปรนนิบัติแบบไม่ต้องจ่ายเงิน แต่แผนการที่คิดว่าสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลง เมื่อเขาได้พบกับคู่ปรับที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่คิดไว้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เพียงแค่รู้ทัน แต่ยังใช้เล่ห์เหลี่ยมตลบหลังจนท่านประธานผู้เย่อหยิ่งถึงกับเสียอาการและไปไม่เป็น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในโลกของมหาเศรษฐี
หน้าปกนวนิยาย รักเก่าของฉัน รักใหม่ของเขา
7.8
ชีวิตของหยกต้องพบกับความโหดร้ายเมื่อก้าวสู่สังคมคนรวยที่มีอำนาจล้นฟ้า เธอตกเป็นเป้าหมายการคุกคามจากบรรดาผู้มีอิทธิพลที่จองหอง รอยยิ้มของพวกเขาล้วนเคลือบแฝงด้วยเจตนาร้ายที่ไม่บริสุทธิ์ สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุดเมื่อเธอถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี การถูกบังคับให้เผชิญความใกล้ชิดจากบุคคลน่ารังเกียจที่คืบคลานเข้ามาหา สร้างความขยะแขยงและสะอิดสะเอียนในจิตใจของเธออย่างล้นเหลือ หยกต้องทนทุกข์ภายใต้บรรยากาศอันกดดันจากกลุ่มคนใจดำที่ไร้ความเมตตา
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักเจ้าสาวริมทาง
9.8
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างหยาดฝนและหลุยส์ก่อตัวขึ้นจากข้อตกลงลับที่เธอเต็มใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินตรา ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้หญิงสาวริมทางก้าวสู่ตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ระยะห่างและอุปสรรคจะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจาก แต่ความโหยหาในส่วนลึกยังคงผูกพันพวกเขาไว้ในฐานะความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน นับจากนี้ทั้งสองพร้อมจะฝ่าฟันทุกบททดสอบเพื่อร่วมกันสร้างความประทับใจครั้งใหม่และถักทอสายใยรักอันมั่นคงให้คงอยู่ตลอดไป