ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะดุดรัก...สามีบังเอิญ

สะดุดรัก...สามีบังเอิญ

หลังเผชิญความเจ็บปวดจนต้องละทิ้งความฝันในต่างแดน เพลินวานเดินทางกลับไทยเพื่อพักใจ แต่ชีวิตกลับวุ่นวายกว่าเดิมเมื่อได้พบกับ ภูริช ชายหนุ่มจอมกวนและลูกค้าสุดเรื่องมากที่เธอนึกหมั่นไส้ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอตื่นมาบนเตียงเดียวกับเขาในสภาพไร้อาภรณ์ จนต้องกลายเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความสับสน หัวใจที่บอบช้ำของเธอจะต้านทานเสน่ห์อันแสนอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความยียวนของเขาได้นานแค่ไหน ในเมื่อหน้าที่ภรรยาที่เขาเรียกร้องนั้นช่างซาบซ่านเกินกว่าที่เธอจะรับมือ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เพลินวาน เจ้าของใบหน้ากลมรีที่ผิวหน้ากระจ่างใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มหนาเตอะ จมูกเล็กแหลมและเชิดรั้นขึ้นบ่งบอกถึงความดื้อรั้นเอาแต่ใจไม่ยอมคน ริมฝีปากเป็นกระจับได้รูปรับกับจมูกเล็ก ผิวเนียนละเอียดขาวเหลืองจนเกือบซีด เปลือกตาของเธอปิดสนิทหลงเหลือไว้เพียงแนวขนตางอนเป็นแพ บนเปลือกตาเคลือบสีมุกวาวของเธอ

ขาของเธอยื่นออกไปกินพื้นที่ของทางเดินเล็กน้อย ยังดีที่มีช่องว่างให้ผู้โดยสารคนอื่นได้เดิน เมื่อจะต้องผ่านไปห้องน้ำ

‘คิดว่ากำลังนอนอยู่บ้านหรือไงนะ สบายเชียวสาวน้อย’

ชายหนุ่มอมยิ้มบางๆ ให้คนหลับอีกครั้ง ในยามที่เธอหลับน่าเอ็นดูกว่าตอนตื่นเป็นไหนๆ หากแต่เขาก็ไม่ปลุกให้เธอตื่น เพียงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อยกที่กั้นขึ้น และขยับตัวเธอเข้ามาไม่ให้เกยพื้นที่ส่วนสาธารณะมากนัก ปล่อยให้เธอใช้บริการร่างกายของเขาจนพอใจ ถึงอย่างนั้นคนหลับก็ยังไม่ตื่น

ที่นั่งติดหน้าต่างในแถวเดียวของเขาคงจะเป็นคู่รัก เพราะทั้งคู่นอนอิงแอบแนบซบกันบนพื้นที่ส่วนตัว แทบไม่สนใจโลกภายนอกตั้งแต่เครื่องเทคออฟขึ้นจากสนามบิน

ช่วงเวลายาวนานที่เครื่องบินอยู่บนอากาศ เหมือนว่าเพลินวานจะหลับสบายอย่างเป็นสุขกับกล้ามเนื้อแน่นที่เธอใช้แทนหมอนใบนุ่ม ดูเหมือนว่าแม่แมวน้อยขี้เซายังไม่รู้ตัวว่าแขนเรียวของเธอยังโหยหาความอบอุ่นจากแผงอกกว้างของเขา อีกทั้งยังยิ่งซุกหน้าหาไออุ่น

จากที่แค่นอนพิงหัวไหล่กลายเป็นค่อยๆ เลื่อนศีรษะลงบนตักของชายหนุ่มที่มีกระเป๋าเป้ของเขารองอยู่ก่อน กระเป๋าใบนั้นกลายเป็นหมอนของเธอได้อย่างดี ทำให้หลับได้นาน นั่นทำให้หมอนจำเป็นอย่างเขาแทบขยับตัวไม่ได้ เพราะตะคริวได้พากันจับจองร่างแกร่งของเขาไปทั้งตัวแล้ว เขาจึงทำได้เพียงนั่งมองคนหลับนิ่ง

กัปตันลดเพดานการบินเพื่อนำเครื่องลง อาการโคลงเคลงเล็กน้อยของเครื่องทำให้เพลินวานรู้สึกตัว หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ปรับสายตาให้เข้ากับแสงอย่างงัวเงีย ครั้งนี้เป็นการเดินทางในไม่กี่ครั้งที่เธอได้นอนหลับอย่างสบาย

ทว่าทันทีที่สายตาปรับโฟกัสชัดเจน มองเห็นเต็มตาว่ากำลังสบประสานกับสายตาคมของอีกคนที่ห่างกันไม่ถึง 10 เซนติเมตร เธอก็ตกใจร้องลั่น

“กรี๊ดด! ไอ้บ้ากาม! นี่จะลวนลามฉันหรือไง ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้วิตถาร ไอ้เห็บหมา ไอ้หน้าตัวเมีย”

เพลินวานผลักอกชายหนุ่มที่เธอใช้เป็นหมอนหนุนนอนอยู่นาน โวยวายเสียงดังลั่น ต่อว่าเขาเป็นชุด เพราะลืมไปสนิทว่าตอนนี้เธอเองอยู่บนเครื่องบิน และเธอก็เป็นคนนอนก่ายอยู่บนตักของเขา ในที่นั่งที่เป็นพื้นที่ของเขาด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มเอียงหน้าและก้มลงกระซิบข้างหูเพลินวานเสียงเรียบหน้านิ่งให้ได้ยินกันสองคน

“นี่คุณ! ที่บ้านให้กินลำโพงแทนข้าวหรือไง จะแหกปากร้องทำไมเนี่ย ดูสิคนมองทั้งลำแล้ว ไม่อายคนบางหรือไง คุณไม่อาย แต่ผมอาย… มากด้วย!”

หญิงสาวหันไปมองลูกเรือที่โดยสารมาด้วยกัน พอได้เห็นอย่างที่ชายหนุ่มบอก ก็ยิ้มเก้ออย่างอายๆ ยังดีที่คนนั่งอีกข้างเป็นชาวต่างชาติ คงจะไม่เข้าใจที่เธอพูด แต่เสียงของเธอก็ชัดเจนได้ยินไปหลายแถวนั่งของเครื่องบินโดยสาร และสายตาหลายคู่ก็กำลังมองมาที่เธอและเขา

ชายหนุ่มโค้งศีรษะพร้อมพูดขอโทษขอโพยผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกันเป็นภาษาอังกฤษ

“ต้องขอโทษด้วยนะครับทุกท่าน พอดีว่าภรรยาผมเธอนอนละเมอนะครับ เธอเป็นอย่างนี้ทุกทีนั่งเครื่องนะครับ บางทีก็โวยวายว่ามีคนปล้ำบนเครื่อง หรือไม่บางทีก็คิดว่าผมนอกใจก็มีนะครับ”

ชายหนุ่มบอกผู้โดยสารที่หันมามองอย่างสนใจ แต่ก็ยังทิ้งประโยคให้หญิงสาวได้โมโหมากขึ้นกว่าเดิม เธอหันไปมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

“นี่คุณ! ฉันไปเป็นภรรยาของคุณตอนไหนกัน” หญิงสาวถามลอดไรฟันออกมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามปรับระดับน้ำเสียงให้เบาลง แต่อีกคนกลับยิ้มหน้าระรื่นหันมายักคิ้วยั่วหญิงสาว บอกประโยคต่อมาอย่างจงใจจะให้คนอื่นได้ยินด้วย มือหนาจับบนหัวไหล่ของเธออย่างปลอบประโลม

“คุณดีขึ้นหรือยังครับที่รัก ผมอยู่ตรงนี้ไม่มีทางนอกใจคุณแน่นอน” ชายหนุ่มแกล้งพูดยั่วอารมณ์เธอเหมือนยังสนุก ประโยคต่อมาเขาก้มลงกระซิบข้างหูของเธอเสียงเบาเชิงตำหนิ

“นี่ผมช่วยคุณนะ อยากให้คนอื่นรู้เรื่องด้วยเหรอว่าเป็นผู้หญิงเพี้ยน คิดอยากยิ้มคนเดียวก็ยิ้ม คิดอยากร้องโหวกเหวกโวยวายก็ร้องออกมา ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน”

หญิงสาวกัดฟันกรอด ทั้งที่อายจนแทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร แต่ความโกรธของเธอมีมากกว่า เพลินวานเงยหน้าขึ้นจ้องตาชายหนุ่มจนตาของเธอแทบจะถลนออกมานอกเบ้า หญิงสาวกัดฟันกระซิบตอบกลับไปทันที

“ถ้าถูกลวนลามแบบไร้มารยาทอย่างนี้ เป็นใครก็ต้องร้องอย่างฉันกันทั้งนั้นแหละ”

ชายหนุ่มพยักพเยิดให้หญิงสาวมองที่นั่งของเธอที่ล้นมาทางเขา แทบเกยทับตัว “ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อย ผมลวนลามคุณยังไง”

หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยอมรับรู้เหมือนคนต้องการอยากเอาชนะมากกว่า

ชายหนุ่มส่ายหน้าหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง บอกต่อด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดปนรำคาญ “ช่วยเปิดตามองให้ชัดๆ ว่าใครจะลวนลามใคร ผมก็เห็นคุณนอนหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุกทั้งที่คุณนอนทับผมจนเป็นตะคริวทั้งตัว อย่าว่าแต่ลวนลามเลย ตอนนี้แค่จะขยับตัวก็ทำไม่ได้เลย”

เพลินวานมองตามอย่างที่ชายหนุ่มบอก พอตั้งสติได้ เธอก็ได้เห็นว่าทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาพูด ที่กั้นระหว่างที่นั่งถูกยกขึ้น ตัวของเธอเกือบครึ่งเกยอยู่บนตัวของเขา เบียดเจ้าของที่นั่งจนไม่เหลือพื้นที่

“หืม...” เขาส่งเสียงผ่านลำคอออกมาเหมือนถามย้ำและรอฟังคำตอบจากเธอ

“เอ่อ...” เมื่อรู้ว่าตัวเองผิดเต็มประตูหญิงสาวก็พูดไม่ออก อ้อมแอ้มในลำคอและก้มหน้าลงด้วยความอาย แก้มสีซีดของเธอเริ่มซับเลือดฝาดและแดงขึ้นเรื่อยๆ เพลินวานก้มหน้าลงมองพื้นพรมราวกับว่ามันเป็นภาพวาดจากจิตกรเอก ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้เธอแทบอยากเอาหน้าซุกเข้าไปในจอข้างหน้าหนีอายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มอมยิ้มมองคนที่นิ่งเถียงไม่ทัน พอเธอเหลือบเห็นรอยยิ้มของเขา หญิงสาวก็เดือดขึ้นมาอีกรอบ เธอเกลียดรอยยิ้มหยามหยันอย่างนี้เป็นที่สุด

“ทำไมไม่ตอบล่ะ” ชายหนุ่มถามย้ำอีกรอบ

“แล้วทำไมนายไม่ปลุกฉันละ” เพลินวานแย้งอย่างหงุดหงิด ความผิดของตัวเองก็อายมากพอ เธอต้องสบตากับดวงตาคู่คมที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันนั้นอีก

“อ้าว...ผิดอีก! ทำคุณบูชาโทษอีกแล้ว ไอ้เราก็เห็นว่านอนสบาย อุตส่าห์เสียสละตักอุ่นๆ ให้เป็นหมอนหนุนแล้วยังให้กอดฟรีแทนหมอนข้างอีก ผมไม่ทวงบุญคุณก็ดีถมไปแล้วนะ นี่ก็เป็นตะคริวทั้งตัวแต่ก็ยังไม่ปริปากบ่น คำขอบคุณสักคำก็ไม่มีละ… ตื่นขึ้นมาก็โวยวายซะลั่น ต่อว่าปาวๆ ยังกับโดนพรากพรหมจรรย์บนเครื่องบิน”

“อี้! ปากหรือนั่น!”

เพลินวานพูดได้แค่นั้นก็ต้องสะบัดหลบหน้าออกไปนอกหน้าต่างหนีอาย เถียงเขาไม่ทัน ผู้ชายอะไรทั้งปากร้าย และปากจัดยังกับมีวิญญาณเกย์แฝงอยู่ในร่าง ยิ่งพูดต่อความยาวสาวความยืดเธอก็ยิ่งจะได้อายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก

หญิงสาวหันหน้าหลบสายตาเขาออกไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง

ชายหนุ่มส่ายหน้าหัวเราะขำกับอาการเถียงไม่ทันของหญิงสาว หันหน้ากลับไปสนใจกับกล้องคู่ใจตัวโปรด เขาหยิบมันขึ้นมา ไล้นิ้วหนาเลื่อนเปิดดูภาพถ่ายที่เขาบันทึกไว้นับร้อยภาพด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความสุข

ชายหนุ่มถามตัวเองในใจ ‘ทำไมเขาต้องถ่ายรูปเธอเอาไว้ด้วยนะ’

อย่างน้อยการถูกเรียกตัวกลับบ้านด่วนครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักสำหรับเขา ทั้งที่จำยอมกลับหลังจากที่เขายื้อเวลากับพี่สาวทำงานที่อเมริกามาหลายปี

จากที่ตอนแรกเขากะว่าจะยื้อต่อเที่ยวให้ครบสิบประเทศเสียก่อน นี่เพิ่งจะผ่านมาได้แค่โรมกับปารีส เขาก็โดนคำสั่งประกาศิตเด็ดขาดจากพี่สาวสุดที่รักให้ต้องจับเครื่องบินด่วนจากปารีสกลับไทย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิชญ์รัก
9.2
พิชญ์รัก:...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้.... เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที
หน้าปกนวนิยาย ทวงสวาท ทายาทเมียเก็บ
8.9
รวิสราต้องเผชิญกับจุดพลิกผันเมื่อ พริบีนา เอล เชสตัค มกุฎราชกุมารหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์อ้างสิทธิ์เหนือเพนต์เฮาส์หรูที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนหายตัวไป สถานการณ์ยิ่งวิกฤตเมื่อพบว่าน้องชายวัยทารกของเธอคือทายาทที่เกิดจากการขโมยสเปิร์มของเจ้าชาย หญิงสาวจึงต้องจำใจใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกับเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการดูแลเด็กน้อย เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนและการคุกคามที่ยากจะต้านทาน โดยพยายามรักษาพรหมจรรย์ของตนเองเอาไว้ท่ามกลางเกมเสน่หาที่เดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย สยบเสือใหญ่
9.4
จากเดิมที่เคยวางตัวอยู่ในฐานะพี่ชายที่แสนดีและมองเธอเป็นเพียงน้องสาวที่น่าเอ็นดู ความรู้สึกที่มีให้กลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้อีกต่อไป ความสัมพันธ์ที่เคยเรียบง่ายจึงเริ่มสั่นคลอนด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น กลายเป็นความหิวกระหายที่อยากจะข้ามเส้นแบ่งความเป็นพี่น้อง เพื่อครอบครองเธอในแบบที่ลึกซึ้งกว่าเดิมจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย BAD ENGINEER ของหวงนายวิศวะ
9.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดเพียงคืนเดียวระหว่าง 'เดล' รุ่นพี่วิศวะสุดกวนกับ 'โดนัท' รุ่นน้องร่วมมหาลัย นำไปสู่ความสับสนวุ่นวายเมื่อทั้งคู่ตื่นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกันโดยจำเหตุการณ์ไม่ได้ ความพยายามค้นหาความจริงท่ามกลางความเขินอายและสถานการณ์ชวนปวดหัวทำให้เรื่องราวบานปลาย เมื่อเดลพยายามพิสูจน์ตัวเองในแบบที่คาดไม่ถึงจนเกิดเหตุชุลมุนที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาลในนิยายโรแมนติกวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความแสบและหวง