
พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
ตอน 3
“ใช่ พอยายนั่นเห็นฉันกุมมือบอสหน่อยเดียว ถึงกับเป็นลมล้มตึงไปเลย สำออยชะมัด นี่ขนาดออกกำลังกายเป็นประจำนะ อ้อนบอสล่ะสิไม่ว่า”
เธอมักเรียกธีรัชว่าบอสเสมอและเฌอเองก็ฟังจนชินแล้วด้วย
“นังเชื้อรา” เพื่อนผู้มีฝีปากจัดจ้านประณามแล้วตำหนิต่อทันที “แทนที่จะอยู่ในที่ของแก เข้าไปยุ่มย่ามถึงบ้านใหญ่เขาทำไมยะ ให้เขาแสบ ๆ คัน ๆ เพราะแกอย่างนั้นหรือไงนังนี่ ทำไมแกเป็นคนแบบนี้ ไม่สมกับเป็นเพื่อนของฉันเลยนะธารา”
ธาราทิพย์ตวัดตาค้อนขวับก่อนแวดกลับ “บ้านใหญ่อะไร เขากับยัยอาภาอะไรนั่นยังไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย”
“อ้าวนังธารา ก็คุณธีรัชเขาประกาศแล้วนี่ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบอลังการร้อยล้านที่โรงแรมในเครือของคุณธีรัชกลางเดือนหน้านี้น่ะ” คนพูดว่าเสียงอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อดึงของเพื่อนรัก
คนดื้อดึงยิ้มมุมปาก ที่ดูยังไงก็รู้ว่าในหัวตอนนี้คงเต็มไปด้วยความคิดร้าย ๆ แน่นอน ตอบกลับอย่างโนสนโนแคร์ “ฉันรู้แล้ว”
“หวังว่าแกจะไม่ใส่ชุดดำ หิ้วพวงหรีด หรือทำอะไร ๆ ร้าย ๆ โหล ๆ ทำนองนั้นที่งานแต่งของเขาหรอกนะยะ” เฌอถามอย่างไม่ไว้ใจ
“โอ๊ย ฉันไม่ได้ร้ายขนาดนั้นนะเฌอ”
“แกไม่ได้ร้ายขนาดนั้นหรอกฉันรู้...แต่ร้ายกว่านั้นต่างหาก” เฌอว่าเสียงแทบเป็นกระซิบในประโยคหลัง
“น่าเบื่อจริง ๆ เลยมีแต่คนจ้องจับผิด แม้แต่แกนะเฌอ แกก็ไม่เว้นเลย คอยดูนะฉันจะหลบไปนอนอาบแดดแบบไม่ต้องให้ใครตามตัวเจอเลยสักเดือนนึง สักปีเลยก็แล้วกัน แกไม่ต้องตามหาฉันล่ะ เอาแต่ต่อว่าฉันอยู่ได้”
ธาราทิพย์บ่นน้อยใจที่ถูกเพื่อนว่าว่าตนเองนั้นร้ายกาจ
“โอ๋ ๆ เพื่อนแซวเล่นค่ะ ขอโทษนะคะ แล้วนี่จะดื่มอะไรไหมล่ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้”
“เอา…ขวดนั้นมารองท้องก่อนแล้วกัน” เธอชี้ไปยังขวดที่ดีกรีไม่น่าจะเป็นการอุ่นเครื่องรองท้องได้เลย เฌอพยักหน้าลุกไปหยิบเครื่องดื่มที่เธอออกปาก นำมาบริการให้ในทันที
“แหม ๆ เห็นนังธารามันฟู่ฟ่าเข้าหน่อยก็ทำเป็นเอาใจมัน อีพวกกระจอก”
“รู้อะไรมาหรือ ไหนเล่าสิ”
สายตาของอรนุช ว่าที่เจ้าสาวแสร้งทำทีเป็นว่าเหนื่อยหน่ายใจที่จะกล่าวถึง ก่อนมองจิกไปยังสหายคนใหม่ที่ยอมรองมือรองเท้าตนทุกอย่าง แล้วยังเป็นกระบอกเสียงนินทาคนได้เป็นอย่างดี และอรนุชก็กรอกข้อมูลใส่สั่งให้เล่าอย่างที่ตนต้องการ
“ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกน่า ก็แค่…” อีกฝ่ายจีบปากพูด จิกตามองไปยังธาราทิพย์จากอีกขอบสระก่อนเปิดปากเล่า “รู้แค่ว่านังธาราตอนนี้ชุบทองทั้งตัว แถมยังฝังเพชรตามซอกตามหลืบเอาไว้เอาใจเสี่ยกระเป๋าหนัก ๆ ให้รักให้หลงมันน่ะสิ”
“อะไรนะ นังธาราเนี่ยนะมีเสี่ยเลี้ยง”
“ประมาณนั้นแหละ”
“ถึงว่า ซันถึงได้ทิ้ง”
“ไม่เกี่ยวย่ะ ซันเขาทิ้งมันก่อนหน้านี้แล้ว” เสียงบอกออกมาจากว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะเข้าพิธีสมรสในเดือนหน้านี้
“อ๋อ อย่างนั้นหรือ แล้วไงต่อ”
“ได้ยินว่าตอนนี้มันขายรถหรูที่เสี่ยหามาให้ด้วยน่ะสิ”
“จริงดิ”
“ข่าวจากปากฉัน ไม่มีมั่วย่ะ”
แล้วเรื่องเล่าของธาราทิพย์ก็ไหลออกจากปากคนพูดยืดยาวต่อจากนั้น ที่ล้วนแล้วแต่ใส่มีตีไข่เพิ่มแล้วยังเพิ่มท็อปปิ้งอื่น ๆ เข้าไปอีก ล้วนแล้วแต่ให้ดูน่าฟังแล้วยังรู้สึกสะใจแก่คนเล่ามากยิ่งขึ้นด้วย พักเดียวคนฟังก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย แล้วอาศัยจังหวะลอบถามเรื่องชายหนุ่มญาติผู้พี่ของอรนุชแทน
“พี่ชายของคุณเพื่อนจะมางานแต่งไหมจ๊ะ”
“พี่ชายลูกครึ่งของฉันน่ะหรือ มาสิ ทำไมจะไม่มา แกเตรียมฟิตร่างรอกันได้เลย เจ้าตัวบอกอย่างภูมิใจ วิลลานี่ก็ของพี่ชายฉัน ไม่อยากนั้นจะจัดงานแบบนี้ได้หรือ เขาซัพพอร์ตให้ฉันทั้งนั้นแหละ
"ดีเนอะมีพี่ชายลูกครึ่งหล่อ ๆ แบบนี้"
"ฉันไม่อยากได้พี่ชายแบบนี้หรอก อยากได้เป็นพี่ชายบนเตียงมากกว่า"
เสียงหัวเราะคิกคักสนุกสนานเมื่อได้พูดจาหวาดเสียวไปถึงพี่ชายของคนจัดงานดังอยู่แบบนั้น แล้วเลยกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ยืดยาวทั้งคืน
เสียงท่อบิ๊กไบค์สีแดงดังกระหึ่มก่อนจอดลงตรงลานที่ติดป้ายไว้ว่า VVIP ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาดเฉพาะข้อต่อตวัดขาลงจากสองล้อคันใหญ่ที่จอดไล่หลังอีกคันเพียงไม่นาน ก่อนที่คนมาถึงก่อนจะชี้หน้าล้อเลียนไปว่า
“Loser”
คนมาทีหลังถอดหมวกออกแล้วเดินตามแรงกอดรัดของคนชนะ ร่างสูงใหญ่ที่ล้อเพื่อนอย่างสนุกปาก บอกย้ำอีกที “Don't forget to keep your mouth shut na krub.”
ไม่มีเสียงขานรับมีแต่การพยักหน้าตอบกลับเพียงเท่านั้น ก่อนจะพากันเดินลัดเลาะไปยังทางด้านหลังโซนพูลวิลลา แล้วก็ต้องชะงักเมื่อแว่วเสียงดังวีดว้ายดังออกมา พอดีกับที่พนักงานของรีสอร์ตเดินผ่านมาพอดี เลยมีเสียงถามหลุดออกมาจากปากของเขา
“ใครเหมาวิลลา”
“น้องสาวของเจมี่ครับ”
ได้คำตอบแล้วพยักหน้าให้เป็นทำนองว่ารับรู้ก่อนเดินหน้าต่อไปยังเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลัง ถัดจากบีชบาร์ไม่เกินร้อยเมตรดี
“คุณร็อกมาแล้วหรือ”
หญิงสาวในชุดทำงานปักหน้าอกเป็นชื่อที่พักถามหูตาแพรวพราวเป็นประกาย จนคนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้
“แล้วคุณร็อกไปไหนแล้วล่ะ”
“เดินไปทางด้านหลังกับคุณเจมี่นู่นแล้วมั้งครับ”
“เต็นท์ตรงปากอ่าวนั่นน่ะหรือ”
“ครับ” บอกจบก็ค้อมตัวให้หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าแต่ตำแหน่งงานใหญ่กว่าตน ก่อนผละไปเงียบ ๆ ให้อีกฝ่ายมองไปตามทางที่ชายหนุ่มมุ่งหน้าไป
“ห้องก็มีให้พัก ทำไมต้องไปนอนเต็นท์ด้วยนะคุณร็อกเนี่ย”
“แฟนใครยะคนนั้น”
“ไม่ใช่ของฉัน”
“ไม่มีเจ้าของงั้นฉันเอานะจ๊ะ ขาว ยาว ใหญ่ ล่ำแบบนี้ของชอบเลย” เฌอบอกแล้วเดินกรีดกรายไปทักทายหนุ่มร่างใหญ่กล้ามแน่นที่มองจิกอยู่ตรงที่นั่งข้างกันกับธาราทิพย์
“ไงธารา มางานของส้มเหมือนกันหรือ”
“ไม่มาได้ยังไง เพื่อนรักแต่งงานทั้งที”
คนถามยิ้มเจื่อนมองแก้วในมือของเธอแล้วบอกราวกับหวังดี “อย่าดื่มเยอะล่ะ”
“ไปนะ” อีกคนที่ยืนตรงนั้นด้วยบอกก่อนจะดึงเอาตัวเพื่อนเดินจากเธอไป
ธาราทิพย์นั่งจิบเครื่องดื่มในมือ พร้อมกับนั่งมองผู้คนในงานตรงมุมมุมหนึ่งด้วยความรู้สึกเหงาและวังเวง แม้จะมีเพื่อนแวะมาพูดคุยด้วย แต่เธอก็พอจับได้ถึงความรู้สึกที่พวกนั้นมีให้
คงสมเพชเธอสินะ
และที่เธอมางานเลี้ยงในคืนนี้ ก็ไม่ได้มารอสาดน้ำกรดใส่ใครทั้งนั้น ก็แค่อยากมา มาดูหน้าคนที่เคยคิดว่ารักและหวังดีต่อกันมาตลอด สองคนนั้นทำกับเธอลงคอได้อย่างไร ไม่ได้อาลัยอาวรณ์ใครหรอก จริง ๆ นะ ถ้าบอกแบบนี้จะมีใครเชื่อเธอไหม
ช่างปะไร ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ใครสนกัน
คุณอาจจะชอบ





