
รักหวานของประธานจอมโหด
ตอน 3
เพียงครู่ใหญ่ กริช หนุ่มเพลย์บอยจอมกะล่อนออกมายืมยิ้มรออยู่หน้าล็อบบี้ ราวกับหมาป่าที่รอเวลาตะครุบเหยื่ออันโอชะ
“หวังว่า นายจะมีความสุขในค่ำคืนนี้นะเพื่อนรัก” ลิญาส่งคีย์การ์ดให้กับเพื่อนชายของเธอ
“แหม พี่สาวเพื่อนทั้งที ฉันจะจัดให้หนักไม่ให้ได้พักเลย รับรอง” กริชตอบพลางคว้าคีย์การ์ดหมับ ทันทีที่เขาคว้าได้ กริชรีบเดินมาที่หน้าลิฟต์ เขาเดินวนไปเวียนมา ผิวปากเล่น มือหมุนคีย์การ์ดไปมาอย่างอารมณ์ดี ไม่ทันได้ระวังตัว จนเดินถอยหลัง ไปชนกับชายใส่สูทชุดดำกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา
“โอ๊ะ โว๊ยยย เหี้ยไรวะ” กริชโวยวาย พร้อมๆ กับคีย์การ์ดในมือเขาตกกระเด็นออกไปไกล ไม่ต่างกับ คีย์การ์ดของชายชุดดำที่ถือไว้มือในกระเด็นไปเช่นกัน เขารีบวิ่งไปคว้าคีย์การ์ดหยิบสะเปะสะปะโดยไม่ทันสังเกตว่าอันไหนเป็นคีย์การ์ดของเขา แต่ทว่า..พอเหันมาสังเกตชายกลุ่มนั้นที่เขาชน ถึงกับผงะ
กลุ่มชายใส่สูทชุดดำ แต่ละคน สูงไม่ต่ำกว่า 180-190 เซนติเมตร หุ่นแต่ละคนราวกับรูปปั้นประติมากรรม
ส่วนชายอีกคนใส่สูทสีเทาเข้ม ยืนอยู่ตรงกลาง เพียงมองแวบเดียว ก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตบางอย่าง
กริชกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนรีบก้มหัวขอโทษ ด้วยรู้ซึ้งว่า คนกลุ่มนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่
เหมือนเป็นความโชคดี ที่เสียงลิฟต์ดังขึ้นก่อน กลุ่มชายทั้ง 5 คน ก้าวเข้าไปในลิฟต์ กริชถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายังคงยืนสั่นไม่กล้าตามเข้าไป ตัดสินใจรอลิฟต์ตัวถัดไป ดีกว่าเข้าไปเสี่ยงให้ตัวเองชะตาขาด
“เชี้ย มาเฟียที่ไหนมาอยู่เมืองไทยว่ะ” กริชพึมพำด้วยความสยอง “เกือบตายแล้วไหมกู"
@ชั้นบนสุดในโซน penthouse
ลี่เฉิน และบอดี้การ์ดทั้ง 4 เดินมาหยุดที่หน้าห้อง บอดี้การ์ดหยิบคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง พร้อมผายมือเชิญ
“นายท่านครับ ทางประธานหม่าแจ้งว่า ได้จัดคนไว้ดูแลนายท่าน ในยามค่ำคืนนี้ให้แล้วนะครับ”
เพราะลีเฉิน เป็นคนมาจากบริษัทต้นสังกัดใหญ่จากเมืองจีน ประธานหม่า ซึ่งเป็นคนของสาขาในเมืองไทยจึงสั่งให้คนของเขาเปิดห้องพักชั้นVIP บนสุดของโรงแรมแห่งนี้ เพื่อให้ลี่เฉินได้พักผ่อน
“ที่หลังถ้าไม่ได้สั่ง ห้ามทำอะไรตามอำเภอใจ” ลี่เฉิน ปรายตามองลูกน้องแวบหนึ่งเชิงตำหนิ ก่อนพูดเสียงเรียบแล้วก้าวเข้าไปภายในห้อง
ลี่เฉิน เขาคือทายาทเจ้าของตระกูลลี่ ที่รวยเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองจีน ด้วยธุรกิจของเครือตระกูลลี่ ที่มีอยู่มากมายในหลายประเทศ เขาจึงเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ทั่วเอเชีย เพื่อดูแลธุรกิจของตระกูล ทันทีที่ลี่เฉิน เดินทางมาเมืองไทย สาขาในเมืองไทย จึงจัดให้มีการเลี้ยงรับรองเป็นอย่างดี และตัวลี่เฉินเองก็ดื่มไปไม่น้อย จนทำให้วันนี้เขารู้สึกเริ่มมึนเมาเป็นพิเศษ
เขาเดินถอดเสื้อสูทพาดไว้ที่โต๊ะ พลางขยับเนกไทให้คลายออก ก่อนเดินตรงมายังเตียงนอน แต่ทันทีที่เขาเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ...
ที่เตียงขนาดใหญ่สีขาวนั่น ปรากฏมีร่างเล็กของหญิงสาวนอนอยู่ ลี่เฉินถึงกับถอนหายใจออกอย่างไม่สบอารมณ์ เขาไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ได้แต่นึกตำหนิประธานหม่าอยู่ในใจที่วุ่นวายจัดการไม่เข้าเรื่อง
แต่ทว่า...ทันทีที่เขาเดินตรงมาถึงเตียง จากที่ตั้งใจจะปลุกร่างเล็กของหญิงสาวอยู่ตรงหน้าที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น แต่ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าสวยใสที่ดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ของเธอ ทำให้เขากลับชะงักงัน
หากเพียงเพราะว่า หญิงสาวตรงหน้าที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของเธอช่างน่ารัก จนลี่เฉิน เผลอหยุดมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้
ผมยาวสีดำเงาของเธอกระจายบนหมอนสีขาว รับกับใบหน้าเรียวเล็กสีขาวอมชมพู เรียวปากที่ดูแดงระเรื่ออมชมพู ปกเสื้อสีขาวกว้างออก จนมองไล่ลงไปเห็นไหปลาร้าขาว กระโปรงขาวของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อยจนเห็นขาอ่อนขาวนวลเนียน
ลี่เฉินถึงกับเผลอกลืนน้ำลายไม่รู้ตัว จนไม่รู้เลยว่าตัวเองยืนมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าครู่ใหญ่ เธอช่างดูบริสุทธิ์บอบบาง ราวกับดอกลิลลี่สีขาว ช่างไม่เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่เขาเคยพบเจอ ที่ผ่านมาผู้หญิงที่เข้ามาหาเขา ส่วนใหญ่จะเป็นหญิงสาวที่แต่งหน้าจัดการแต่งตัวทันสมัย แต่ละคนมักจะสวมใส่ด้วยเสื้อผ้ารัดรูป และกลิ่นน้ำหอมที่ใส่กันมาราวกับพรมอาบ ถึงจะดูเย้ายวนก็จริงแต่ก็ชวนให้ช่างน่าเวียนหัวยิ่งนัก
แต่กลับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้...มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้น
ลี่เฉินทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียง นึกไม่ถึงเลยว่าประธานหม่าจะช่างสรรหาผู้หญิงมารับรองเขาได้งดงามถึงขนาดนี้
ฝ่ามือใหญ่เผลอลูบไล้ใบหน้าขาว เขาสัมผัสถึงความเนียนนิ่ม จนหยุดอยู่ที่ริมฝีปากเรียวเล็กของเธอ
“อืม…” มิรินเหมือนจะรู้สึกตัว เธอส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ
แต่...แค่เพียงเสียงครางเบาๆ นั่น ทำให้ลี่เฉินรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาดื่มไปไม่น้อย หรือ เป็นเพราะความหลงใหลในสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ความเป็นชายเหมือนถูกยั่วยุ เพียงแค่เสียงครางเบาๆ นั่น
ปากนุ่มที่มือเขาสัมผัส นุ่มเสียจนตัวเขาอยากลิ้มลอง ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ เผลอก้มต่ำลงมาอย่างไม่รู้ตัว
ราวกับว่า เขาถูกมนต์สะกด เกิดจะอยากลิ้มรสชิมริมฝีปากเรียวบาง ว่าจะหวานสักเพียงใด
มิรินรู้สึกสะลึมสะลือคล้ายกับกำลังอยู่ในห้วงความฝัน ยิ่งทุกสัมผัสจากชายหนุ่ม ราวกับมีสิ่งใดมาปลุกความรุ่มร้อนในกายเธอ
ลี่เฉินค่อยๆ ลูบไล้ ผิวขาวนวลเนียนของเธออย่างช้า..ช้า ความเนียนลื่นและนุ่มไปทุกการสัมผัสทำให้เขาอยากสัมผัสตัวเธอมากกว่านี้ ราวกับว่า ณ.ห้วงเวลานี้เขากำลังต้องมนต์สะกด อาจเพราะด้วยฤทธิ์สุรา หรือความหลงใหลในสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ลี่เฉินก็ไม่อาจบอกได้ แต่ทว่า …วินาทีนี้ ไม่อาจมีสิ่งใดที่จะหยุดความปรารถนาของเขาได้อีกต่อไป ลี่เฉิน ค่อยๆ บรรจงจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเขาและเธอจนเปลือยเปล่า
เขามองสำรวจไปทุกสัดส่วนของสาวน้อยด้วยความหลงใหล หัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ยิ่งริมฝีปากเรียวบางสีชมพูนั่น ดูช่างน่ารักและยั่วยุเขาเสียเหลือเกิน ทำให้เขาอดใจแทบไม่ไหว ค่อยๆ ก้มลงไปจูบปากสวยของเธออย่างแผ่วเบา
ใบหน้าเนียนใส ส่งเสียงครางหวานในลำคอ เขาเริ่มจูบเธอหนักขึ้น ปลายลิ้นเริ่มรุกล้ำเข้ามาในเรียวปากของเธอ
มิรินยังคงสะลึมสะลือคิดว่าเป็นความฝัน กลับเผลอไผลจูบตอบเขาไม่รู้ตัว ด้วยไม่รู้ว่ายาที่น้องสาวให้เธอกินเป็นอะไร แต่ในตอนนี้ร่างกายเธอช่างรุ่มร้อนจวนเจียนแทบจะทนไม่ไหว
ฝ่ามือใหญ่ของลี่เฉินยังคงเคล้นคลึงสัมผัสวนเวียนในความเนียนนุ่มของอกสวย จนเอวคอดเล็กของเธอเริ่มขยับบิดกายอยู่ไปมา ราวกับยิ่งยั่วยุความเป็นชาย
-ช่างซ่อนรูปเสียจริง-
คุณอาจจะชอบ





