
เขาเลือกน้องสาว ส่วนฉันก็มีชีวิตที่ดีขึ้น
ตอน 3
ฉันรู้ดีว่าคาร์ลไม่ได้มีใครอื่น
แต่ฉันก็รู้เช่นกันว่าในใจของเขา ฉันอาจไม่สำคัญเท่าเส้นผมของเบียนกา
นี่คือการหักหลังทางใจ
ความเจ็บทำให้ฉันสั่นสะเทือน
ฉันตระหนักอย่างแท้จริงว่าความรักของคาร์ลที่มีต่อฉัน มันมีอยู่แค่ในคำพูดของเขา
เขาไม่ได้รักฉันจริงๆ
ฉันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ
ความเจ็บปวดช่วยให้ฉันตื่นตัว
หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ฉันสูดหายใจลึกๆ และผ่อนคลายร่างกาย
ฉันตัดสินใจบางอย่าง
ในเมื่อคาร์ลมีคนที่เขาใส่ใจมากกว่า ฉันก็ควรจะสละตำแหน่งของลูน่า
ฉันมองโทรศัพท์ที่คาร์ลวางสายไปแล้ว โยนมันไปข้างๆ และหลับตาลง
ไม่นานนัก กลิ่นหอมเย็นสดชื่นก็ลอยเข้ามา
กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ฉันรู้สึกสบายใจทันที
เมื่อฉันหันกลับไป อาเธอร์ยืนอยู่ข้างหน้าต่างที่แสงจันทร์สาดส่อง
ชายเสื้อโค้ทสีขาวของเขายังมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเบาๆ ปลายนิ้วคีบขวดยาไว้
“ฉันเอายาแก้ปวดมาให้ ยาต้องใช้เวลา 20 นาทีถึงจะออกฤทธิ์”
เสียงของเขาต่ำกว่าปกติ สายตาจับจ้องอยู่ที่มือฉันที่กำผ้าปูเตียง
“เธอรู้สึกไวต่อความเจ็บปวด ฉันเลยเอามาให้”
เมื่อพูดจบ กลิ่นของเขาก็เข้ามาใกล้ขึ้นอีกหน่อย เหมือนมาพันรอบข้อมือฉัน
ความปวดที่เอวและท้องของฉันเหมือนจะบรรเทาลง
ฉันมองอาเธอร์ด้วยความรู้สึกซับซ้อน
หลายปีที่ผ่านมา เขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ฉันขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็จับข้อมือฉันไว้เบาๆ
ปลายนิ้วของเขาเย็นเล็กน้อย แต่แรงที่จับนั้นไม่อาจหลุดพ้นได้
“เธอรู้ว่ากลิ่นของฉันช่วยให้เจ็บน้อยลง ผลเร็วกว่ายา”
เขาจ้องตาฉัน ดวงตาสะท้อนแสงจันทร์จากนอกหน้าต่าง
“อยากลองไหม?”
ฉันรีบส่ายหัว ปลายนิ้วกำผ้าปูเตียงแน่น
“ไม่ต้อง ฉันรอให้ยาออกฤทธิ์ก็พอ”
เขากระชับนิ้วทันที กลิ่นเฟอร์ผสมกับรสฝาดที่แทบไม่สังเกตเห็น
“เธอกลัวอะไร? กลัวจะได้รับกลิ่นของฉันแล้วคาร์ลรู้?”
ฉันพยายามดึงมือกลับ แต่เขาก็จับแน่นขึ้น ดึงฉันเข้ามาใกล้เขาอีกครึ่งนิ้ว
แสงจันทร์ตกลงบนแนวกรามของเขา สะท้อนเงาที่ดื้อรั้น
“เธอยังคิดถึงเขาอยู่?”
ลมหายใจของอาเธอร์พัดผ่านหูของฉัน มีกลิ่นเฟอร์
“เธอเจ็บจนเหงื่อไหล แต่เขารู้ไหม?”
“แค่ให้เขาเจ็บนิดหน่อยเอง”
“เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ ความเจ็บปวดทางใจของเขาไม่ถึงเสี้ยวเดียว
” “อาเธอร์!”
ฉันดิ้นแรงขึ้น ข้อมือถูกเขาจับแน่น
“อย่าทำแบบนี้”
เขาหัวเราะเบาๆ แต่รอยยิ้มไม่ถึงดวงตา
“เธอมั่นใจขนาดนั้นว่าคาร์ลคือคู่ชีวิตของเธอ?”
นิ้วหัวแม่มือของเขาเลื่อนผ่านผิวด้านในของข้อมือฉันเบาๆ
ตรงนั้นมีรอยสีชมพูอ่อน เป็นรอยที่คาร์ลสร้างไว้ในนามของเทพีแห่งจันทร์ เป็นรอยของลูน่า
“บางที. . . ฉันอาจเป็นคู่แท้ของเธอก็ได้
” คำพูดนี้ทำให้ฉันแข็งทื่อไปชั่วขณะ หายใจสะดุด
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตานั้นมีความไม่ยอมแพ้ มีการทดลอง
และมีความจริงจังที่ทำให้ใจฉันสั่น
อาเธอร์เป็นลูกชายของอาจารย์ฉัน เรารู้จักกันมานานแล้ว
เขาไม่เคยปิดบังความรู้สึกที่มีต่อฉัน
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันอยู่ห่างจากเขา
ฉันสูดหายใจลึกๆ ดึงมือออกจากเขาอย่างแรง
ฉันถอยกลับไปที่หมอน เสียงสั่นเล็กน้อยแต่มั่นคง
“อาเธอร์ อย่าพูดแบบนี้อีก”
“เทพีแห่งจันทร์ไม่มีวันผิด นี่เป็นรอยที่คาร์ลให้ฉัน มันคือความจริง”
เขายืนนิ่ง กลิ่นเฟอร์ค่อยๆ จางไป เหลือแค่เงาของเขาที่ยาวออกไปตามแสงจันทร์
ผ่านไปไม่กี่วินาที เขาหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นมีรสฝาดซ่อนอยู่
“เทพีแห่งจันทร์ไม่มีวันผิด. . . ”
ฉันไม่ได้ตอบเขา แค่รีบกลืนยาแก้ปวด
แล้วนอนหันหลังให้เขา ดึงผ้าห่มคลุมหัว
ฉันไม่รู้ว่าอาเธอร์พูดแบบนี้ทำไม
เขายังไม่จากไป ยืนเงียบๆ มองฉัน
ที่น่าแปลกคือ เพราะมีเขาอยู่ ร่างกายของฉันรู้สึกสบายขึ้นมาก
หมาป่าของฉันก็สงบเงียบลงอย่างผิดปกติ
ก่อนที่ฉันจะหลับไป ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจของอาเธอร์
“ทำไมเธอถึงไม่ยอมมองฉันบ้าง?”
คุณอาจจะชอบ





