
ฉันแต่งงานกับศัตรูของอดีตสามี
ตอน 3
มือของเจียงเหวยอี้สั่นเทา โทรศัพท์มือถือเลยหล่นไปกระแทกราวกั้นเตียงผู้ป่วยและตกลงบนพื้นดัง “ตึก”
หลี่จื่อหลีสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่เจียงเหวยอี้ พอเห็นเจียงเหวยอี้ฟื้นขึ้นมาแล้ว หลี่จื่อหลีทั้งตื่นเต้นและปวดใจ “อี้อี้ เธอฟื้นแล้วเหรอ?”
“จื่อหลี...”
เจียงเหวยอี้มองไปที่หลี่จื่อหลีก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
หลี่จื่อหลีเพิ่งตื่นขึ้นมา บวกกับว่าเจียงเหวยอี้นั้นเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาเลยไม่ได้คิดอะไรมาก และคิดแค่ว่ามีอะไรร่วงลงมาแล้วเท่านั้น
เธอโน้มตัวลงไปและเห็นโทรศัพท์มือถือของเจียงเหวยอี้
หลี่จื่อหลีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทันทีที่เธอหยิบมันขึ้นมา เธอก็เห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ ด้านล่างนั้นยังมีภาพกู้อี้อันกอดจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย
หลี่จื่อหลีโกรธจนตัวสั่นไปหมด เธอไม่รู้ว่าเจียงเหวยอี้เห็นแล้วรึยัง เพราะกลัวว่าเจียงเหวยอี้จะยิ่งรู้สึกไม่ดีเลยพยายามระงับความโกรธไว้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อี้อี้ เธอฟื้นแล้ว ฉันไปเรียกหมอมานะ!”
เจียงเหวยอี้เหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่หลี่จื่อหลีวางกลับไปบนโต๊ะข้างเตียง ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหลับตาลงและพูดเบา ๆ ว่า “ค่ะ”
หลี่จื่อหลียังคงสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวเมื่อวานอยู่ เมื่อคืนเธอไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอยู่เฝ้าเธอที่นี่ทั้งคืน!
เจียงเหวยอี้ไม่อยากให้เพื่อนสนิทของเธอเป็นห่วงเธออีก แถมตอนนี้เธอเองก็ควรจะได้สติสักทีแล้ว
ถึงจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กสิบสองปีแล้วจะยังไงหล่ะ เมื่อมีจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย เธอก็เป็นได้แค่ตัวเลือกที่สองของกู้อี้อันเท่านั้น
แต่ก่อนนั้น เธอบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร คนที่กู้อี้อันรักคือเธอ ไม่เป็นไรหรอก
แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดปางตายทั่วร่างกายของเธอกำลังบอกเธอว่ามันไม่ใช่เป็นแบบนั้น
ถ้ากู้อี้อันรักเธอจริง เขาจะทิ้งเธอไปอย่างไม่สนใจใยดีทุกครั้งแบบนี้ได้ยังไงกัน?
พอแล้ว! พอแล้วจริง ๆ !
เจียงเหวยอี้กำผ้าปูที่นอนแน่นและกัดฟัน แบบนี้ก็ยิ่งทำให้แผลบนตัวของเธอนั้นยิ่งเจ็บเข้าไปอีก
แต่คงต้องเป็นแบบนี้ เธอถึงจะได้มีสติมากขึ้น
เธอทนมามากพอแล้ว!
ไม่นานหลี่จื่อหลีก็กลับมาแล้ว เจียงเฉาเชิงซื้ออาหารเช้ามาด้วย พอเห็นว่าในที่สุดเจียงเหวยอี้ก็ฟื้นขึ้นมาได้สักที ความตึงเครียดมาตลอดทั้งคืนนั้นก็ผ่อนคลายลงในที่สุด
พอหมอตรวจเจียงเหวยอี้เสร็จ เจียงเฉาเชิงที่เพิ่งจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วยได้ไม่กี่ก้าวก็หมดสติไปทันที
พอเจียงเหวยอี้ได้ยินเสียงจากข้างนอก ก็ตะโกนเรียก “พ่อ” ขึ้นมาทันที ใบหน้านั้นซีดเผือดและฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมา
หลี่จื่อหลีปลอบเจียงเหวยอี้และรีบออกไปดูทันที
เจียงเหวยอี้นอนอยู่บนเตียงคนไข้ พลางเงยหน้ามองเพดาน เธอไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองมากขนาดนี้มาก่อนเลย
พอเสิ่นจิ้นโจวกับเฉินเจียมู่ออกมาจากลิฟต์ก็เห็นเจียงเฉาเชิงโดนหมอและพยาบาลพยุงไปที่ห้องพักญาติ
เฉินเจียมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเสิ่น?”
ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะยกมือเพื่อบอกให้เฉินเจียมู่ไปดูสถานการณ์
พอเฉินเจียมู่ได้รับคำสั่งก็รีบหันหลังและตามไปดูสถานการณ์ของเจียงเฉาเชิงทันที
เสิ่นจิ้นโจวเก็บสายตาและเดินเข้าไปยังเขตห้องพักผู้ป่วยต่อ
ไม่นาน เขาก็เดินมาถึงห้องของเจียงเหวยอี้
แววตาสีดำของเขาขยับเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป
พอได้ยินเสียงฝีเท้า เจียงเหวยอี้ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็สบตาเข้ากับแววตาสีดำที่ลึกล้ำของผู้ชายคนนั้นเข้า “คุณเสิ่น?”
“คุณเจียง คนที่ชนคุณเมื่อวานนี้คือผมเอง คุณอยากให้ชดเชยยังไง?”
เสียงของผู้ชายคนนั้นทุ้มและเบา แต่น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นกลับดูเย็นชาและเหินห่าง คำพูดแบบนี้นั้น เขาพูดออกมาได้เรียบและสงบมาก
เจียงเหวยอี้อึ้งไปครู่หนึ่ง เรื่องเมื่อคืนถือว่าเป็นอุบัติเหตุ เป็นเพราะเธอที่ตามกู้อี้อันไปก็เลยไม่ทันได้มองรถ พอคิดดูแล้ว เธอเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
เจียงเหวยลดสายตาลงมาเพื่อมองผ้าก๊อซบนตัวและไม่ได้พูดอะไร
จู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็สั่น หน้าจอนั้นสว่างขึ้นมา เธอหันหน้าและพยายามหยิบโทรศัพท์อย่างยากลำบาก แต่กลับไปดึงบาดแผลเข้า ความเจ็บปวดนั้นทำให้ใบหน้าของเธอซีดเผือดขึ้นมาทันที
เสิ่นจิ้นโจวมองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แล้ววางไว้ตรงหน้าเธอ
เจียงเหวยอี้ยังไม่ทันรับโทรศัพท์มาก็เห็นข้อความของจ้าวชือเหยียนจากหน้าจอที่ยังสว่างอยู่
เจียงเหวยอี้มองดูข้อความนั้น จู่ ๆ ก็มีความคิดที่เกินเลยและไร้สาระผุดขึ้นมา
เธอไม่ได้รับโทรศัพท์ แต่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วมองไปที่เสิ่นจิ้นโจวโดยตรง “แต่งงาน”
เธอรู้ว่าตัวเองกำลังบังคับให้คนอื่นทำเรื่องลำบากใจอยู่ แต่ทุกคนนั้นต่างก็หัวเราะเยาะเธอ เธออยากจะตบหน้าคนที่หัวเราะเยาะเธอแรง ๆ สักรอบ!
เธอกัดฟันและพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “คุณแต่งงานกับฉัน”
คุณอาจจะชอบ





