
ราคี(ร้าย)รักอชิระ
ตอน 3
บทที่ 3 สัญญาที่ตัดคำว่าแม่
ทนายสิงห์มาถึงห้องทำงานของกวินภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงตามคำสั่ง
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเอกสาร ใบหน้าสุขุมของเขาแสดงความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่บนโซฟามุมห้อง มือทั้งสองกุมหน้าท้องนูนไว้เงียบๆ ราวกับพยายามปกป้องสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงหายใจ
กวินยืนอยู่ริมหน้าต่าง หันหลังให้ทั้งคู่ เขาไม่ได้พูดทันที แต่ความเงียบของเขาก็หนักพอจะทำให้มินตราก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม
“คุณกวินครับ” ทนายสิงห์เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องด่วนที่ให้ผมมาพบ คือเรื่องคุณผู้หญิงท่านนี้ใช่ไหมครับ”
กวินหันกลับมา สายตาคมกวาดมองมินตราเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางเอกสารฝากครรภ์ลงบนโต๊ะ
“เธอตั้งครรภ์ เด็กอาจเป็นลูกของผม”
คำว่า ‘อาจ’ ทำให้มินตรารู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ แทงซ้ำตรงแผลเดิม แต่เธอไม่ได้เถียง เธอไม่มีแรงเถียงกับคำไม่เชื่อใจของเขาอีกแล้ว
ทนายสิงห์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านคร่าวๆ คิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ไม่แสดงความเห็นเกินหน้าที่
“คุณกวินต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“ร่างสัญญา” กวินตอบทันที “เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของผมจนกว่าจะคลอด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมรับผิดชอบ เธอต้องเข้าตรวจตามแพทย์สั่ง ห้ามหลบหนี ห้ามติดต่อสื่อ ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้กับบุคคลภายนอก”
มินตราฟังทุกคำอย่างสงบเกินกว่าคนที่กำลังถูกเขียนชะตาชีวิต
“และหลังคลอด?” ทนายสิงห์ถามต่อ
กวินมองหน้ามินตรา คราวนี้เขาเห็นว่าเธอกลั้นหายใจ
“หลังคลอด ตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเด็กเป็นลูกของผม เด็กจะอยู่ในการดูแลของตระกูลอัครเดชาธรโดยสมบูรณ์ มินตราจะได้รับเงินก้อนหนึ่งสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ และต้องออกจากชีวิตเด็กทันที”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
เงียบจนเสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดราวกับเสียงตัดสิน
ทนายสิงห์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แม้เขาจะทำงานให้กวินมานานและรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนเด็ดขาด แต่สัญญาฉบับนี้ก็เย็นชาจนแม้แต่คนทำกฎหมายยังอดมองหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้
“คุณมินตราเข้าใจเงื่อนไขนี้แล้วใช่ไหมครับ”
มินตราเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงแต่แห้ง ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีก
“เข้าใจค่ะ”
กวินรู้สึกไม่พอใจอย่างประหลาดกับคำตอบนั้น
เธอควรโวยวาย ควรร้องไห้ ควรต่อรอง ควรทำให้เขาเชื่อว่าเธอมาเพราะต้องการผลประโยชน์ แต่เธอกลับนั่งนิ่งเหมือนคนที่เตรียมใจให้ถูกทำร้ายมาแล้ว
“ถ้าเข้าใจก็ดี” เขาพูดเสียงแข็ง “จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”
“ฉันมีปัญหาไม่ได้อยู่แล้วค่ะ” มินตราตอบเบาๆ
กวินชะงัก
คำพูดนั้นไม่ได้ประชด แต่กลับทำให้เขาหงุดหงิดกว่าการประชดเสียอีก
“สิงห์ ร่างให้เรียบร้อย ใช้ภาษาที่ชัดเจนที่สุด”
“ครับ”
ทนายสิงห์เปิดแล็ปท็อปขนาดเล็ก เริ่มพิมพ์รายละเอียดตามคำสั่ง ข้อความทางกฎหมายถูกสร้างขึ้นทีละบรรทัด ขณะเดียวกันมินตราก็นั่งฟังเงียบๆ เหมือนทุกถ้อยคำค่อยๆ กรีดคำว่าแม่ออกจากชีวิตเธอทีละเส้น
ระหว่างรอ กวินเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน เขาหยิบปากกาขึ้นมา หมุนมันไปมาระหว่างนิ้วเพื่อระงับความว้าวุ่น
“เธอมีที่อยู่ไหม”
มินตราเงยหน้าขึ้น “ตอนนี้ไม่มีค่ะ”
“หมายความว่ายังไง ไม่มี”
“ห้องเช่าที่เคยอยู่ ฉันคืนไปแล้วค่ะ ช่วงนี้ขออาศัยห้องเพื่อนอยู่ แต่คงอยู่ได้นานไม่ได้”
“แล้วงาน?”
“ไม่ได้ทำแล้วค่ะ ไม่มีใครรับคนท้องทำงานง่ายๆ”
กวินนิ่งไปชั่วครู่
เขาไม่รู้มาก่อน และไม่เคยคิดจะรู้ด้วยซ้ำว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไรในสี่เดือนที่ผ่านมา ภาพมินตราเดินถือกระเป๋าผ้าออกจากโรงแรมในกล้องวงจรปิดย้อนขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันมีน้ำหนักมากกว่าเดิม
“ทำไมไม่มาหาฉันตั้งแต่รู้ว่าท้อง”
“เพราะฉันกลัวค่ะ”
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาเงียบ
“กลัวอะไร”
มินตรามองมือของตัวเอง “กลัวคุณไม่เชื่อ กลัวคุณคิดว่าฉันเข้าหาคุณเพราะเงิน กลัวถูกดูถูก...เหมือนตอนนี้”
กวินวางปากกาลงเสียงดังเล็กน้อย
“ถ้าเธอไม่ทำตัวให้น่าสงสัย ฉันก็คงไม่ต้องสงสัย”
“ค่ะ”
อีกแล้ว
คำว่า ‘ค่ะ’ สั้นๆ ของเธอทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบอยากให้เธอเถียง
“เลิกตอบเหมือนยอมรับทุกอย่างได้ไหม”
มินตรามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้า “แล้วฉันควรตอบยังไงคะ ในเมื่อไม่ว่าฉันพูดอะไร คุณก็ตัดสินฉันไปแล้ว”
กวินนิ่งไป
ทนายสิงห์แสร้งก้มหน้าพิมพ์ต่อ ไม่ยุ่งกับบรรยากาศอึดอัดที่หนักขึ้นเรื่อยๆ
มินตราสูดหายใจลึก เธอไม่อยากร้องไห้อีก ไม่อยากให้เขาเห็นว่าทุกคำของเขามีอำนาจทำให้เธอเจ็บมากแค่ไหน
“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณเชื่อใจฉันค่ะ คุณกวิน ฉันแค่ต้องการให้ลูกปลอดภัย ถ้าการเซ็นสัญญาทำให้เขามีที่อยู่ มีหมอดูแล มีอนาคต ฉันก็จะเซ็น”
“แม้ต้องเสียเขาไป?”
คำถามนั้นหลุดจากปากกวินโดยไม่ทันคิด
มินตรากะพริบตาช้าๆ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเริ่มเอ่อขึ้นอีกครั้ง
“เสียเหรอคะ” เธอทวนเบาๆ “ฉันเสียเขาตั้งแต่คุณพูดว่า หลังคลอดฉันต้องออกไปจากชีวิตเขาแล้วค่ะ”
หัวใจของกวินกระตุกแปลกๆ
เขาเบือนหน้าไปทางอื่นทันที
“เด็กควรได้สิ่งที่ดีที่สุด”
“ฉันรู้ค่ะ”
“เธอเลี้ยงเขาไม่ได้”
“ฉันรู้ค่ะ”
“ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ ฉันแค่เลือกทางที่ดีกว่าสำหรับเด็ก”
มินตรายิ้มจางๆ ทั้งที่ดวงตาเปียกน้ำ
“คุณไม่ต้องอธิบายก็ได้ค่ะ ฉันรู้ว่าคนไม่มีอะไรอย่างฉัน สู้คนที่มีทุกอย่างอย่างคุณไม่ได้อยู่แล้ว”
กวินกำมือแน่นใต้โต๊ะ
ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ทนายสิงห์ก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ร่างเบื้องต้นเสร็จแล้วครับ คุณกวิน ผมขออ่านให้ทั้งสองฝ่ายฟังก่อน”
กวินพยักหน้า
ทนายสิงห์เริ่มอ่านสัญญาทีละข้อ น้ำเสียงเป็นกลางแต่เนื้อหาทุกบรรทัดกลับบาดลึกในใจมินตรา
เธอต้องอาศัยอยู่ในสถานที่ที่กวินจัดให้จนกว่าจะคลอด
เธอต้องเข้ารับการตรวจครรภ์ตามกำหนด
เธอห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อเด็ก
เธอห้ามเปิดเผยเรื่องการตั้งครรภ์ต่อสื่อหรือบุคคลภายนอก
เมื่อเด็กคลอด จะตรวจดีเอ็นเอทันที
หากเด็กเป็นบุตรของกวิน เด็กจะอยู่ภายใต้สิทธิ์ดูแลของกวินแต่เพียงผู้เดียว
มินตราจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งและต้องยุติบทบาทในชีวิตเด็ก
คำว่า ‘ยุติบทบาท’ ทำให้เธอเกือบหลุดสะอื้น
บทบาทของแม่ยุติได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียวหรือ
เธอวางมือบนท้อง ลูกยังอยู่กับเธอ ยังอยู่ใต้หัวใจเธอ ยังขยับเบาๆ ในบางคืนราวกับบอกว่าแม่ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กระดาษตรงหน้ากำลังบอกว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่ยืนข้างเปลลูก
“คุณมินตรามีข้อสงสัยตรงไหนไหมครับ” ทนายสิงห์ถามอย่างสุภาพ
มินตราส่ายหน้า
“ไม่มีค่ะ”
“อ่านให้ละเอียดก่อน” กวินพูดเสียงเข้ม
“ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ”
“มินตรา” เขากดเสียงต่ำ “นี่ไม่ใช่กระดาษธรรมดา เธอควรรู้ว่ากำลังเซ็นอะไร”
เธอเงยหน้ามองเขา
“ฉันรู้ค่ะ ฉันกำลังเซ็นยกลูกให้คุณ”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
แม้แต่ทนายสิงห์ยังหยุดมือ
กวินสบตาเธอนานหลายวินาที เขาอยากแก้คำพูดนั้น อยากบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ความจริงในสัญญาก็อยู่ตรงหน้า แก้ด้วยคำพูดไม่ได้
“เธอจะได้เงินมากพอสำหรับเริ่มต้นใหม่” เขาพูดในที่สุด
“เงินซื้อชีวิตใหม่ได้ค่ะ” มินตราตอบเบาๆ “แต่ซื้อวันที่ฉันพลาดจากลูกไม่ได้”
กวินลุกขึ้นทันที ราวกับนั่งต่อไม่ไหว
“ถ้าไม่เซ็น ก็ไม่ต้องเซ็น”
“ฉันจะเซ็นค่ะ”
คำตอบของเธอเร็วเกินไปจนเขาหันกลับมามอง
มินตราหยิบปากกาที่ทนายสิงห์ยื่นให้ เธอจับมันแน่น นิ้วสั่นเล็กน้อยจนหัวปากกาแตะกระดาษเป็นรอยจุดเล็กๆ
เธอจ้องช่องลายเซ็นของตัวเองนานมาก
นานพอให้ความทรงจำในสี่เดือนที่ผ่านมาไหลย้อนมา ทั้งวันที่เธอตรวจพบว่าตั้งครรภ์ในห้องน้ำคลินิกเล็กๆ วันที่เธอนั่งนับเงินเหรียญเพื่อซื้อข้าว วันที่เธอนอนกอดท้องแล้วขอโทษลูกซ้ำๆ ที่แม่ไม่มีอะไรให้ และวันที่เธอตัดสินใจเดินเข้ามาหาผู้ชายใจร้ายตรงหน้าเพราะอย่างน้อยเขาก็ให้สิ่งที่ลูกต้องการได้
ไม่ใช่เธอไม่รักลูก
เพราะรักต่างหาก เธอถึงยอมเซ็น
หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงใกล้ลายเซ็น มินตรารีบใช้หลังมือเช็ดออก ก่อนเขียนชื่อของตัวเองลงไปอย่างช้าๆ
มินตรา วงศ์วาริน
เมื่อเซ็นเสร็จ เธอยื่นเอกสารคืนให้ทนายสิงห์ มือยังสั่นอยู่
กวินมองลายเซ็นนั้น ก่อนหยิบปากกามาเซ็นในส่วนของตัวเองอย่างรวดเร็ว เส้นปากกาของเขาคม หนักแน่น ไม่สั่นแม้แต่น้อย
แต่ในอกกลับไม่สงบอย่างที่ควร
ทนายสิงห์ตรวจเอกสาร ประทับตรา และจัดสัญญาเป็นสองชุด
“เรียบร้อยครับ ทั้งสองฝ่ายถือคนละฉบับ”
มินตรารับสัญญาของตัวเองมา เธอมองกระดาษในมือเหมือนมันหนักกว่าที่ควรจะเป็น
กวินหันไปสั่งเลขาให้เตรียมรถและแจ้งคนที่บ้านว่าเขาจะกลับพร้อมแขกคนหนึ่ง แต่ยังไม่ต้องบอกรายละเอียด
“เธอมีของต้องไปเก็บไหม” เขาถาม
“มีแค่กระเป๋าใบเดียวค่ะ อยู่ที่ห้องเพื่อน”
“ให้คนไปเอา”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเอาเองได้”
“ตั้งแต่เธอเซ็นสัญญา เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใจเองทุกเรื่องแล้ว”
มินตรากอดสัญญาแน่นขึ้น
“แม้แต่เรื่องกระเป๋าของตัวเองเหรอคะ”
กวินชะงัก แต่ยังตอบเสียงเรียบ
“ฉันไม่อยากเสียเวลา”
“ค่ะ”
เขาหงุดหงิดกับคำตอบนั้นอีกครั้ง แต่ไม่พูดอะไร
มินตราค่อยๆ ลุกขึ้น เธออาจลุกเร็วไปเล็กน้อยจึงเซ กวินก้าวเข้ามาโดยสัญชาตญาณ มือหนาคว้าข้อศอกเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้ม
ทั้งสองชะงักพร้อมกัน
สัมผัสของเขาร้อนเกินไปสำหรับคนที่พูดจาเย็นชา
มินตรารีบดึงแขนกลับ
“ขอบคุณค่ะ ฉันไม่เป็นไร”
กวินมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง เสี้ยวหนึ่งเขาเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เพียงหันหน้าหนี
“ถ้าไม่เป็นไรก็ไป”
มินตราพยักหน้า เธอเดินตามเขาไปถึงประตู แต่ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดฝีเท้า
“คุณกวินคะ”
เขาหันกลับมา
เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงช้ำแต่แฝงความกล้าบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็น
“เรื่องที่ฉันขอเมื่อกี้...หลังคลอด ขอให้ฉันได้อุ้มลูกสักครั้ง ได้ไหมคะ”
กวินนิ่งไป
มินตรากลั้นหายใจ ราวกับคำตอบของเขาจะเป็นเศษเสี้ยวเดียวที่เธอเหลืออยู่
“ฉันไม่ได้ขอพาเขาหนี ไม่ได้ขออยู่ในชีวิตเขาตลอดไป” เสียงเธอสั่นขึ้นเรื่อยๆ “ฉันขอแค่ได้กอดเขา ได้บอกเขาว่าแม่รักเขา ก่อนที่ฉันจะต้องไปจากเขา เท่านี้ได้ไหมคะ”
กวินมองเธออยู่นานมาก
นานจนมินตราคิดว่าเขาจะปฏิเสธ
แต่เขากลับตอบเสียงต่ำ
“ถ้าเธอทำตามสัญญาทุกข้อ ฉันจะพิจารณา”
มันไม่ใช่คำสัญญา
ไม่ใช่แม้แต่คำปลอบโยน
แต่สำหรับมินตรา มันคือสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้ได้ในตอนนี้
เธอพยักหน้าช้าๆ
“ขอบคุณค่ะ”
กวินเปิดประตูออกไปก่อน ไม่หันกลับมามองใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนกอดสัญญาไว้แนบอก
เพราะถ้าเขาหันกลับมา เขาอาจเห็นว่ามินตรากำลังร้องไห้เงียบๆ
และถ้าเขาเห็น เขาอาจต้องยอมรับว่าสัญญาที่เขาคิดว่าใช้ปกป้องทุกอย่าง กำลังทำลายบางอย่างในตัวเขาไปพร้อมกัน
คุณอาจจะชอบ





