
กระซิบรักฝากหัวใจ
ตอน 3
แต่คำอาฆาตนี้ใช้ได้ผลเพียงสองวัน เมื่อไม่พบเหน้าไวกูณฐ์เหมือนทุกวันที่ผ่านมา จิรัฐิติกาลก็ต้องพาร่างระหงสาวสะพรั่งเต็มที่ ไปหาเขาเองถึงเรือนพักที่คุ้นเคยจนได้
“ท่านป้า ไวกูณฐ์อยู่ไหมคะ”
ท่านผู้หญิงวิลาสินีหันมามองต้นเหตุที่ทำให้บุตรชายโทนของท่านเงียบขรึมลงไปเพียงแวบเดียว ก่อนตอบเรียบๆ เมื่อหันหน้ามองเมิน ไปทางอื่น
“ไวกูณฐ์ไปค้างที่มหาวิทยาลัยสองวันแล้ว เพคะ”
เมื่อสดับถึงน้ำเสียงของผู้พูดจิรัฐิติกาลถึงกับทำหน้าปั้นยาก ‘โกรธเราทั้งบ้านหรือนี่’ หล่อนเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆ แล้วสวมกอดท่านผู้หญิงอย่างที่เคยทำบ่อยๆ พร้อมจุมพิตแก้มขาวนิ่ม ที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาทำร้ายเพียงเบาบาง
“โกรธหญิงเรื่องอะไรคะ ท่านป้าขา”
เมื่อเจ้าฟ้าหญิงที่เคยอภิบาลมาแต่เล็กแต่น้อยและเป็นผู้ที่ลูกชายของท่านหลงรักปักใจออดอ้อนเข้าหน่อย ท่านผู้หญิงก็ใจอ่อนหัวเราะเบาๆ พร้อมกอดกระชับร่างบางนั้น
“ไม่ได้โกรธ เพคะ แต่อยากทราบเหตุผล ไวกูณฐ์ไม่ดีพอหรือ เพคะ”
และเมื่อจิรัฐิติกาลให้เหตุผลโดยไม่ปิดบังแถมกำชับห้ามบอกใครให้รู้ ท่านก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง
“โถเด็กเอ๊ย กลัวอะไรล่วงหน้าไปตั้งมากมาย”
“แต่หญิงกลัวจริงๆนี่คะ ไม่รู้ล่ะท่านป้าห้ามบอกใครนะคะ หญิงรักท่านป้านะคะไม่หนีไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นหรอก”
“ฝากลูกชายป้าด้วยนะเพคะ ท่าทางจะคิดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ แถมกลางคืนไม่ยอมกลับบ้านอีกต่างหาก”
จิรัฐิติกาลทำตาปริบๆ ก่อนพูด “เหลวไหลจริง เดี๋ยวหญิงจัดการให้นะคะ” กล่าวจบก็หอมแก้มขาวๆของผู้สูงวัยกว่าอีกครั้งแล้วขอตัวกลับ
วิทยาลัยในวังบัดนี้ยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัย อาคารใหม่ๆ ถูกก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักเรียนนักศึกษาที่มากขึ้นมาเรื่อยๆ รวมถึงบ้านพักของเหล่าคณาจารย์ จากวิทยาลัยเล็กกลับกลายเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านศิปละและดนตรีอันดับหนึ่งของประเทศ
‘ทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเธอมีมากกว่าของฉันอีกนะไวกูณฐ์’
ยามรักษาการณ์ยืนขึ้นพรึบพรับเมื่อแขกผู้ทรงเกียรติมาเยือน
“ผู้อำนวยการอยู่ไหม”
“ยะ…อยู่ พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันจะนำเสด็จ” ยามอาสาทั้งที่ยืนขาสั่น
“ไม่ต้องฉันไปเอง”
คุณอาจจะชอบ





