ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าวรัก

เล่ห์ร้าวรัก

อธิปกและสิมิลันเคยมีสัญญาใจว่าจะแต่งงานกัน ณ ลอนดอนอาย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกันหลายปี เมื่ออธิปกกลับมาทวงคำมั่น เขากลับพบว่าหญิงสาวมีพฤกษ์ รุ่นพี่ที่เขาไว้ใจคอยดูแลอยู่ ท่ามกลางความเข้าใจผิดและอุบัติเหตุที่ทำให้อธิปกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา สิมิลันจึงหนีไปลอนดอนพร้อมลูกในท้องโดยที่เขาไม่รู้ สองปีผ่านไปโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อประสานรอยร้าวในอดีตและพิสูจน์ว่าความรักที่เคยฝังใจจะยังคงอยู่ท่ามกลางหยาดฝนและหยดน้ำตาได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เมษายน 2562

“มอมมี้!”

เสียงใสคุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกลทำให้หญิงสาวในชุดสเวตเตอร์สีเทาหม่นหยุดชะงัก เธอหันกลับไปตามเสียงเรียก ร่างผอมเพรียวผิวน้ำผึ้งเจ้าของดวงหน้านวลใสแต้มบลัชออนเนื้อแมตต์สีพีชอมส้มอ่อนปรากฏรอยยิ้มบนริมฝีปากสีนู้ดทันใด ครู่หนึ่งจึงคุกเข่าลงบนพื้นสะพานรอรับร่างป้อมกลมที่กำลังวิ่งถลาเข้ามา

“ค่อย ๆ ลูก ไม่เห็นต้องวิ่งเลย แม่ไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย”

“มอมมี้ ๆ” เด็กน้อยว่าพลางโอบแขนอ้วนรอบคอมารดาก่อนจะกดจมูกหอมแก้มแล้วเอ่ยเสียงใส “หิว”

“แม่รู้จ้ะ นี่ก็ได้เวลาแล้วนี่ วันนี้เราจะกินอะไรกันดีเอ่ย”

“กินกอก”

“หืม... ไส้กรอกหรือ?”

“อือฮึ”

เด็กน้อยทำเสียงออกลมในลำคอเผยความต้องการแล้วโบกมือปุ้มป้อมขึ้นฟ้าสิมิลันหันไปมองหญิงรูปร่างอวบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา หญิงสาวจึงอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแนบอกรอฟังอีกฝ่ายรายงาน

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ น้องอาร์มไวมาก พี่ตามแทบไม่ทันเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ แกคงเห็นว่ามินรออยู่”

“เห็นตั้งแต่ขึ้นสะพานมาแล้วค่ะ แต่คุณกำลังมองไปทางลอนดอนอายอยู่ก็เลยไม่ทันเห็นน้อง”

สิมิลันพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “วันนี้พี่กลับก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวมินจะพาลูกเดินเล่นแถวนี้สักแป๊บ”

“แต่คุณเค้าจะว่า...”

“ไม่ว่าหรอกจ้ะ เดี๋ยวมินบอกให้เอง”

“ได้ค่ะคุณแมนนี่” พี่เลี้ยงเด็กน้อยรับคำก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางเดิม

สิมิลันมองตามร่างอวบของออร์แพร์วัยแก่กว่ากันสามปีเดินลับตาก่อนจะก้มดูนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้ากังวลพลางครุ่นคิดถึงคนที่นัดกันไว้

หรือเขาจะลืมว่าวันนี้เป็นวันอะไร...

หล่อนเผลอใจลอยจนเด็กน้อยกระตุกข้อมือจึงสะดุ้งสุดตัวทรุดนั่งตรงกันข้ามแล้วลูบศีรษะทุยด้วยความรักใคร่ก่อนถามด้วยความห่วงใย

“หิวรึยังจ๊ะ”

“หิวค้าบ แต่...” เด็กน้อยว่าจบมองหาใครบางคนแต่ไม่เห็นแม้เงาจึงหันกลับมาหามารดาด้วยสีหน้าผิดหวัง หน้ากลมเล็กง้ำงอหนำซ้ำยังพองลมเต็มแก้ม

“แด๊ดดี้คงติดธุระแน่เลยจ้ะ”

“ใจร้าย”

“ว่าแด๊ดดี้ได้ไงคะลูก”

“แด๊ดดี้ใจร้าย” เด็กน้อยยังคงไม่หยุดโอดครวญ สิมิลันกลั้นยิ้มหยิกแก้มนุ่มของลูกน้อยเบา ๆ

“แด๊ดดี้ไม่ว่าง เราก็ไปกันสองคนก็ได้นี่นา หรือว่าอาร์มไม่อยากไปกินข้าวกับมอมมี้คะ”

“อาร์มอยาก...” เด็กน้อยพูดพลางทำตาแดงเหมือนจะร้องไห้

สิมิลันได้แต่ส่ายหน้าระอาก่อนจะยื่นแก้มให้ “งั้นหอมก่อน เดี๋ยวมอมมี้จะพาไปกินของอร่อย”

“ค้าบ!”

สองแม่ลูกจัดแจงหอมแก้มกันไปมาเสร็จ ผู้เป็นแม่จึงล้วงกระเป๋าเสื้อสเว็ตเตอร์สีเทาหม่นหยิบไวท์ช็อกโกแลตลูกกลมในขวดโหลแก้วขนาดเล็กออกมาหนึ่งลูกแล้วทำทีเสกเป่ามนตร์คาถาก่อนจะยื่นส่งให้

“เอ้า! ของโปรดของหนู แต่ให้กินลูกเดียวนะคะ”

“เย้! โกแลต!” ร้องตะโกนลั่นแล้วหอมฟอดเข้าให้ “อาร์มชอบ”

เด็กน้อยรับห่อสีแดงขนาดเล็กกว่าไข่นกกระทามาแกะเปลือกอย่างรีบร้อนก่อนจะใช้ลิ้นเลียแวบหนึ่งแล้วส่งยิ้มตาเป็นประกายให้มารดาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“หย่อยจัง”

“อร่อยก็กินเลยลูก มอมมี้ให้ลูกเดียวแล้วเราค่อยไปกินข้าวกัน”

“ค้าบ!”

เด็กน้อยรับปากรับคำ พยักหน้าจนผมม้าเส้นเล็กกระจาย มือป้อม ๆ หยิบชิ้นช็อกโกแลตกำลังจะใส่ปาก ทันใดเสียงหวูดเรือก็ดังแหวกอากาศท่ามกลางบรรยากาศโพล้เพล้ยามฟ้าหลังฝนมา

เด็กชายถึงกับสะดุ้งปล่อยก้อนกลมร่วงลงพื้น มันกลิ้งหลุน ๆ ไปตามทางลาดเด็กน้อยร้องไห้จ้าชี้มือชี้ไม้ สิมิลันมองตามไวท์ช็อกโกแลตกลิ้งไปชนขอบเหล็กก่อนจะกระดอนลอดราวสะพานตกลงไปเบื้องล่างพอดีกับเรือสำราญลำใหญ่กำลังแล่นผ่าน พอดี

สิมิลันถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ยืนอยู่ตรงกาบเรือเยื้องจากด้านหลัง ช่างเหมือนเหลือเกิน ...

หรือหล่อนตาฝาด...

หรือเพราะวงล้อหมุนวนที่มองเห็นในระยะไกลอย่างลอนดอนอายทำให้นึกถึงใครคนหนึ่ง

เป็นไปไม่ได้! หล่อนแค่คิดไปเองเพราะพรหมคงไม่ได้ลิขิตและโลกคงไม่กลมขนาดนั้น แต่ยิ่งมองกลับยิ่งคิดถึงจนไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงความรู้สึกส่วนลึกในใจออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นได้ จนกระทั่งมือป้อม ๆ ยื่นมาปาดน้ำตาหล่อนจึงรู้ตัว

“อะ... อาร์มลูก”

“อย่าร้อง”

เด็กน้อยสีหน้าเหยเกได้แต่เรียบเรียงประโยคสั้น ๆ แล้วหอมแก้มมารดาพลางไล้นิ้วมือเล็กที่ร่องแก้มแผ่วเบา

“ไม่ร้องจ้ะ มอมมี้ไมได้ร้อง”

หญิงสาวพูดจบก็กอดร่างกลมแนบแน่นแล้วยิ้มออกมาก่อนจะลุกยืนแล้วช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นมากอดแนบอก ทันใดก็ปรากฏร่างใหญ่ในชุดโอเวอร์โค้ดสีเทาเข้มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก่อนจะมาหยุดลงตรงหน้า

“ขอโทษนะมิน... พี่มาช้าไปหน่อย”

“แด๊ดดี้!” อาร์มร้องลั่นดีดขาแทนการขอลง

“หิวแล้วใช่ไหมอาร์ม”

“ค้าบ” เด็กน้อยรับคำทั้งสีหน้าและน้ำเสียงบ่งบอกความยินดี

สิมิลันยิ้มจาง ๆ ให้คนมาทีหลังก่อนวางร่างเล็กลง พอเป็นอิสระเด็กน้อยก็กระโจนเข้าหาอ้อมแขนแข็งแรงแล้วร่างป้อมก็ลอยหวือขึ้นสู่อ้อมอกอีกฝ่ายทันที

“แด๊ดดี้มาช้าเห็นทีมอมมี้ต้องโกรธแน่ ๆ เลย”

“ไม่หรอกค่ะ แค่พี่นนท์มาทันไปกินวันเกิดอาร์มก็ดีใจมากแล้ว” สิมิลันแบ่งรับแบ่งสู้ ขัดเขินสายตาชายหนุ่มที่แฝงความหมายส่งมา

“พี่จะไม่มาได้ยังไง ในเมื่อพี่เป็นแด๊ดดี้ของอาร์มนี่จ๊ะ”

“ขอบคุณที่พี่นนท์เมตตาแกนะคะ” สิมิลันเสียงแผ่ว จ้องมองภาพความสนิทสนมของบุตรชายกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พลันเกิดอาการสะเทิ้นสะท้าน

หล่อนไม่ควรคิดถึงใครคนนั้นอีก...

นาทีนี้ตอนนี้นี่คือครอบครัว คือสองคนที่หล่อนรัก...

“งั้นไปกันดีกว่า อาร์มอยากกินอะไรครับลูก”

“กินกอก” เด็กน้อยตอบยืนยันความตั้งใจเดิม

“โอเค... งั้นไปกัน วันทูทรี โก!” ชานนท์ว่าพลางชี้มือไปด้านหน้า เด็กน้อยปรบมือชอบอกชอบใจก่อนร้องลั่น

“ทูทรีโกโก!”

สิมิลันมองตามทั้งสองก่อนจะรวบรวมสติที่กำลังเตลิดเพียงเพราะเห็นแผ่นหลังใครคนหนึ่งที่คุ้นตาในเรือเมื่อครู่ ก่อนที่ชานนท์จะหันกลับมาส่งรอยยิ้มใจดีมาให้ทั้งยังกระชับร่างกลมป้อมด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกมือโอบประคองมอบไออุ่นให้หล่อนก่อนจะพากันเดินไปตามทางที่มุ่งสู่สวนจูบิลี่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก...

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทสวมทับด้วยโอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลตัวหนายืนอยู่บนกาบเรือที่เพิ่งแล่นผ่านสะพานฮังเกอร์ฟอร์ดไป ชายหนุ่มแหงนหน้าภาพสามพ่อแม่ลูกที่เห็นแผ่นหลังไกลออกไปด้วยความชื่นชม

ครู่หนึ่งวงล้อขนาดใหญ่ของลอนดอนอายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์จึงปรากฏแก่

สายตา เขารู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาทันใดที่ภาพความทรงจำในอดีตหวนคืนกลับมายามที่เรือแล่นเข้าใกล้จนลอนดอนอายผ่านเข้ามาในครรลองสายตา ใกล้มากจนความทรงจำแสนหวานแล่นผ่านมาในห้วงคิดคำนึงอีกครั้ง

“อีกหน่อยฉันจะพามินไปแต่งงานบนลอนดอนอาย”

“หืม... นี่โอมกำลังฝันอยู่รึเปล่า”

“ไม่ ๆ ฉันคิดอย่างนั้นจริง ๆ”

“งั้นวันแต่งงาน โอมต้องเล่นเพลงโปรดของเราด้วยนะ มินจะรอฟัง”

“ได้สิ... Kiss in the Rain เนอะ ฉันจะซ้อมตั้งแต่วันนี้เลยเป็นไง”

ยังจำได้ว่าเขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าสักวันจะพาหล่อนมาที่นี่มายังสถานที่ที่เป็นเหมือนสัญญารักของเขากับหล่อน

ความฝันของหล่อนอยู่ที่นี่...

ความรักของเขาก็อยู่ที่นี่...

ที่ ‘ลอนดอนอาย’ ดวงตาของ... ลอนดอน

เมืองแห่งฝนผู้คนเหงาและเรื่องราวความรักที่มีความทรงจำของเขากับหล่อน ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นคนที่รักกันสุดหัวใจ แต่ตอนนี้หล่อนจากเขาไปนานแสนนานแล้วและไม่เคยได้พบกันอีกเลย...

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย น้ำเหนือที่รัก
9.1
...ผมรักเธอด้วยหัวใจ รักโดยไม่มีข้อแม้และรักที่สุดครับ... *** “แต่งงานกันไหมคะ” ในที่สุดน้ำเหนือก็โพล่งถามออกไป เธอคิดว่าโรเบอร์โตคงอยากขอเธอแต่งงานนานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับหญิงสาวที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาแอบหลงรักเช่นเธอ เฮ้อ... ดังนั้นเพื่อไม่ให้พี่ร็อบแสนดีของเธอขึ้นคาน เธอจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากขอเขาแต่งงานก่อน สินสอดทองหมั้นไม่ต้อง เงินทองเป็นของนอกกาย เธอไม่อยากได้ เธอมีเยอะแล้ว... “ครับ” โรเบอร์โตรับคำตาโต ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู “นี่ครบเวลาที่คุณพ่อกำหนดหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น น้ำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อหาให้ แต่จริงๆ แล้วน้ำมั่นใจในตัวพี่ร็อบนะคะ เลยตัดสินใจพูดออกไป น้ำรู้ดีว่าพี่ร็อบไม่กล้า ไม่ต้องอายหรอกนะคะ น้ำเลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง พี่ร็อบจะได้ไม่ต้องคิดหาคำพูดที่จะขอน้ำแต่งงาน พี่ร็อบเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำ นอกจากคุณพ่อ เราแต่งงานกันนะคะ” โรเบอร์โตพิงพยักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เขาแทบหลุดขำกับน้ำเสียงซื่อๆ ของคนตรงหน้า แต่แววตาจริงใจนั้นทำให้เขาหัวใจเบ่งบานพองโตแทบคับอก “จะขอแต่งงานทั้งที ก็ต้องโรแมนติกหน่อยสิครับ” โรเบอร์โตพูดเสียงทุ้มชวนฝัน “คะ” น้ำเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่ประโยคลึกซึ้งกินใจจะเปล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะครับน้ำ พี่ก็รักน้ำ เราคบกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว พี่เองไม่อยากรออีกแล้วเหมือนกัน เราใจตรงกัน วันนี้พี่เองอยากขอน้ำแต่งงาน เลยนัดน้ำออกมาเจอกันที่นี่” โรเบอร์โตสารภาพ อ้อนขออย่างน่ารัก น้ำเหนือตาโต ลูกค้าที่รับประทานอาหารอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม บางคนก็เชียร์ให้เธอตอบตกลง น้ำเหนือหัวใจพองโตคับอก รู้สึกมีคุณค่าเหลือเกินที่มีชายหนุ่มมาขอแต่งงาน รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เขาใจตรงกับเธอ รู้สึกมีความสุขอิ่มเอมในหัวใจ อุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอไม่สน ขอแค่เขาเคียงข้างอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว “ค่ะพี่ร็อบ น้ำจะแต่งงานกับพี่ร็อบค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักแฟนเก่า
7.9
เมื่อแพรตัดสินใจบอกความจริงเรื่องตั้งครรภ์กับคิน แฟนเก่าที่เธอเคยรักสุดหัวใจ เธอกลับได้รับเพียงคำดูหมิ่นและการปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างเลือดเย็น คินกล่าวหาว่าเธอคบซ้อนและตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา แม้แพรจะขู่ว่าจะไปเอาเด็กออกเพื่อลองใจ แต่เขากลับท้าทายอย่างไม่ใยดี แพรจึงจากไปพร้อมคำสาปแช่งว่าเขาจะต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดกาล หากวันหนึ่งความจริงที่เขามองข้ามถูกเปิดเผยออกมาในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย NUMB PUT เมียผมนิ่งเฉย แต่รักจริง
8.5
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อแฟนสาวคลั่งไคล้นักร้องเกาหลีอย่าง วี บีทีเอส จนละเลยคนข้างกาย ความน้อยใจสะสมกลายเป็นความเบื่อหน่ายท่ามกลางเวลาที่มีให้กันน้อยลงทุกที ทว่าปัญหาไม่ได้มีเพียงแค่ความหึงหวงศิลปิน แต่ยังมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลางจนเรื่องราวบานปลาย เมื่อความอดทนถึงขีดสุด การตัดสินใจบอกเลิกจึงเกิดขึ้นพร้อมคำถามคาใจว่านี่คือทางตันของรักหรือเป็นเพราะเขามีคนใหม่กันแน่ ท่ามกลางความเฉยชาที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักภรรยาในนาม
8.9
เมื่อธีรุตม์ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับอินทุภาแทนผู้หญิงที่เขารัก เขาจึงระเบิดความผิดหวังทั้งหมดใส่ภรรยาในนามอย่างโหดร้าย แม้ต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์เพื่อความกตัญญู แต่เขากลับแสดงความรังเกียจและใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ธีรุตม์ประกาศชัดว่าเธอไม่มีวันได้เป็นเมียที่เขาต้องการและสั่งห้ามไม่ให้เธอมาทำหน้าที่ภรรยาเด็ดขาด ท่ามกลางความเย็นชาและคำด่าทอที่รุนแรง บทพิสูจน์ความอดทนในชีวิตคู่ครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม